Bangkok, Thailand

วันจันทร์ที่ 29 สิงหาคม พ.ศ. 2554

วันอาทิตย์ที่ 28 สิงหาคม พ.ศ. 2554

BLUE MOON - THE MARCELS

THE MARCELS - BLUE MOON
ขึ้นอันดับ 1 ในเดือนเมษายน ปี 1961

----------------------------

ยังจำชื่อ ริชาร์ด รอดเจอร์สได้ไหมขะรับ
อีตาคนนี้เกิดมาเพื่อเป็นนักแต่งเพลงจริงๆ
หัดแต่งเพลงตั้งแต่อายุ9ขวบ พออายุ17ก็กลายเป็นราชาแห่งนักแต่งเพลงไปแล้วอย่างสมบูรณ์แบบ ชนิดที่ใครก็ไม่อาจทำได้อย่างเขา

เฮียริชาร์ดนี่นะขะรับ แกถนัดแต่งทำนอง ส่วนเนื้อก็จะเป็นคนอื่นช่วยคิดใส่ให้
สไตล์เพลงก็แนวโบร๊าณโบราณ
คือเป็นเพลงยุคละครเฟื่องฟูโน่น หนังเหนิงไม่ต้องพูดถึง หาดูยาก
จะว่าไปก็ประมาณพรานบูรพ์บ้านเรา เป็นยุคละครอย่างแท้จริง

เพลงประกอบละคร SOuth Pacific,The sound of music,The king and Iฯลฯ
เป็นฝีมือเฮียแกทั้งสิ้น

ส่วนเพลงนี้Blue Moon แกเขียนทำนองขึ้นมา ลีลาก็ยืดยาดอย่างOver The Rainbow
แต่ว่าถูกหูถูกใจคุณทวดทั้งหลาย คุณหลานฟังแล้วหลับ

ก่อนเพลงนี้โดดข้ามยุคมาครองใจคนรุ่นหลัง ก็มีผู้ใส่เนื้อร้องไปหลายเนื้อหลายแบบ ไปอยู่ในหนัง
ไปอยู่ในละครหลายเรื่อง ก็ปรากฏว่าไปได้สวยพอสมควร

Blue Moon มาถึงจุดพลิกผันแบบที่เรียกว่า ถ้าเฮียริชารฺ์ดแกฟื้นขึ้นจากหลุมขึ้นมาได้ยินเข้า แกอาจช้อคตายอีกรอบ

เพลงนี้ดังกระหึ่มขึ้นอันดับ1ถึง2ประเทศ คืออังกฤษและอเมริกา
โดยฝีมือการร้องของวงThe Marcels

คือตอนนั้น(ไม่รู้ตอนไหน)The Marclelsกำลังบันทึกแผ่นเสียงชุดนึง บังเอิญเพลงขาด ไม่ครบแผ่น
หันรีหันขวางไม่รู้จะเอาเพลงไหนเสียบ
โปรดิวเซอร์(จำชื่อไม่ได้)แกนึกถึงBlue Moonขึ้นมา แกก็ว่าน่าจะใช้ได้ เพราะว่าก่อนหน้านี้ไม่นาน
Evis Presleyก็เอามาร้องใหม่ พอไปได้อยู่นะ เท่ากับเฮียEvisแกช่วยปูทางให้ก่อน

ตกลงก็เอา
หัดเล่นร้องหัดเล่นกันเดี๋ยวนั้นเลย
สักชั่วโมงกว่าๆก็โอเค
ถึงมันจะเพี้ยนๆแปลกๆไปจากของเดิมแบบที่ว่าบางทีคุณทวดอาจจำไม่ได้ก็ช่างหัวมัน

แล้วเป็นไงล่ะทีนี้
เพลงขัดตาทัพนี่แหละกลายเป็นเพลงดังสุดๆของอัลบัมชุดนี้แบบที่ไม่มีใครอยากเชื่อ

อีตาริชาร์ด รอดเจอร์สเองก็คงไม่เชื่อเหมือนกัน

Blue Moonในเวอร์ชั่นนี้คนเขียนเนื้อร้องคือลอเรนซ์ ฮาร์ท(Lorenz Hart)
ซึ่งถ้าเฮียแกลุกขึ้นมาจากหลุมคงดีใจที่ได้ยินได้ฟังเพลงที่ตนเองแต่งดังระเบิด แล้วก็จะชวนกันกอดคอกับเฮียริชาร์ดกลับลงหลุมไปแบบเพ้อๆก็ได้

THE MARCELS lyrics - Blue Moon

(words by Lorenz Hart, music by Richard Rodgers)

Blue Moon, you saw me standing alone
Without a dream in my heart
Without a love of my own

Blue Moon, you knew just what I was there for
You heard me saying a prayer for
Someone I really could care for

And then there suddenly appeared before me
The only one my arms will ever hold
I heard somebody whisper, 'Please adore me'
And when I looked, the moon had turned to gold

Blue Moon, now I'm no longer alone
Without a dream in my heart
Without a love of my own


The Marcels - Blue Moon


BLUE MOON - Nat King Cole


Blue Moon-Bert Kaempfert and Orchestra

Sixteen Candles - The Crests

Sixteen Candles - The Crest


The Crests
เป็นกลุ่มนักร้องของเมืองนิวยอร์ค
แนวเพลงที่ร้องคือแนว ดู-ว๊อบ (doo-wop)
วงThe Crestsคาบเกี่ยวอยู่ระหว่างยุค50's-ยุค60's
เพลงดังของวงนี้คือ 16 Candles ยอดขายเกินล้านแผ่น
เพลงนี้ยังมีการเอามาบันทึกกันใหม่ทีหลัง ถือว่าเป็นเกียรติยศประการหนึ่ง บันทึกลง gold disc ซึ่งก็คือการบันทึกจากเพลงต้นฉบับจริงด้วยเท็คโนโลยี่ปัจจุบัน



Sixteen Candles - The Crest






Happy birthday, happy birthday, baby
Oh, I love you so

Sixteen candles make a lovely light
But not as bright as your eyes tonight
(As your eyes tonight, oh)
Blow out the candles
Make your wish come true
For I'll be wishing that you love me, too
(That you love me, too)

You're only sixteen (sixteen)
But you're my teenage queen
(You're my queen)
You're the prettiest
Loveliest girl I've ever seen
(I've ever seen, oh)

Sixteen candles in my heart will glow
For ever and ever for I love you so
(For I love you so)

You're only sixteen (sixteen)
But you're my teenage queen
(You're my queen)
Oh, you're the prettiest
Loveliest girl I've ever seen
(I've ever seen, oh)

Sixteen candles in my heart will glow
For ever and ever for I love you so
(For I love you so)
For I love you so




Sixteen Candles - The Crest Sixteen Candles - The Crest Sixteen Candles - The Crest

Come Softly To Me - The Fleetwoods

Come Softly To Me - The Fleetwoods

The Fleetwoods

The Fleetwoods เป็นวง trio คือมีกันเพียง 3 คนเท่านั้น และี้เป็นวงที่ทั้ง3คนเป็นนักร้องกันหมด(1ชาย 2หญิง)
ร้องอย่างเดียวนะฮะ ไม่เล่นดนตรี หรือจับเครื่องเล่นดนตรีชนิดใดเลย
สมาชิกวงมาจาก Olympia, Washington, United States; รวมกลุ่มกันขึ้นช่วงสายๆของยุค 1950s
ช่วงสายๆนี้ก็คือราว 1953 นะฮะ ถ้าสายจัดก็คงจะเป็น 1954
ว่าตามสำนวนฝรั่งฮะ

The Fleetwoods มีเพลงดังเพลงฮิตเยอะมาก เห็นเขาว่ามีอยู่ตั้ง 11 เพลง
วงอื่นๆมีเพลงดังน้อยกว่านี้ โดยมากมีกันแค่เพลงสองเพลง
อย่างเช่นThe Vogues ก็ดังก็ฮิตอยู่แค่เพลง You're The One และก็หากินกับเพลงนี้ยาวเลยฮะ

เพลงดังเพลงแรกของThe Fleetwoods คือเพลง Come Softly to Me ที่จะหาคนที่จะบอกว่าไม่เคยได้ยินยากมาก
เพลงนี้เอามาทำกันใหม่หลายยุคหลายสมัย ต่อเนื่องมาตลอด โดยนักร้องหรือวงต่างๆมากมาย

"คัมซอฟต์ลีทูมี" (อังกฤษ: Come Softly to Me) เป็นเพลงป็อปที่เดิมชื่อว่า "คัมซอฟต์ลี" (Come Softly) เขียนโดย Gretchen Christopher ออกเผยแพร่ในปี ค.ศ. 1959 ถือเป็นเพลงแรกที่ออกโดยค่ายใหม่ Dolphin Records และติดชาร์ตอันดับ 1 เดิมใช้ชื่อว่า "Come Softly" เมื่อเพลงฮิตจริงเปลี่ยนมาเป็น "Come Softly to Me"
เพลงนี้บันทึกเสียงกันที่บ้าน โดยพวกเขาร้องในลักษณะ a cappella โดยสมาชิกวงที่ชื่อ Troxel เป็นคนให้จังหวะโดยการเขย่ากุญแจรถของเขาเอง
จากนั้นเมื่อส่งเทปไปยังลอสแอนเจลิส จึงได้เพิ่มเครื่องดนตรีอื่น บาง ๆ เล็กน้อย คือเสียง อคูสติกกีตาร์ของ Bonnie Guitar.(ใครก็ไม่รู้)

เจ้าของค่าย Dolphin Records ที่ชื่อ บ็อบ ไรส์ดอร์ฟ ให้เปลี่ยนชื่อเพลงเสียใหม่
เขาคิดว่าคำว่า "Come Softly" อาจทำให้เข้าใจผิดว่าเป็นเรื่องทะลึ่ง ลามกได้ จึงเปลี่ยนชื่อมาเป็น "Come Softly to Me" เปลี่ยนแล้วก็รู้สึกค่อยชังชั่ว
เพลงออกขายเป็นแผ่นซิงเกิ้ลในปี ค.ศ. 1959 ติดอันดับ 1 บนชาร์ตบิลบอร์ดฮอต 100 ในเดือนเมษายนของปีนั้นเลยฮะ

มีศิลปินหลายคนที่นำเพลงนี้ไปทำใหม่ เช่น Sandy Salisbury, Bob Welch , Frankie Vaughan กับ The Kaye Sisters, ที่ติดชาร์ตเพลงฮิตในสหราชอาณาจักรด้วย, แล้วก็ยัง The Seekers, ติดอันดับ 95 บนบิลบอร์ดฮอต 100 และอันดับ 20 ในชาร์ตสหราชอาณาจักร ในปี 1972-73

Come Softly To Me - The Fleetwoods

Come Softly To Me

Words and Music by The Fleetwoods (Gary Troxel, Gretchen Christopher, and Barbara Ellis)

Words (in parentheses) are sung by Gretchen and Barbara only

Mm dooby do, dahm dahm, dahm do dahm ooby do
Dahm dahm, dahm do dahm, ooby do
Dahm dahm, dahm do dahm, ooby do
Dahm dahm, dahm ooh dahm
Mm dooby do

(Come softly, darling)
(Come softly, darling)
(Come softly, darling)
(Come softly, darling)

(Come softly, darling)
(Come to me, sta-ay)
(You're my ob-session)
(For ever and a da-ay)

I want, want you to kno-o-ow
I love, I love you so
Please hold, hold me so tight
All through, all through the night..

(Speak softly, darling)
(Hear what I sa-ay)
(I love you always)
(Always, always)

I've waited, waited so long
For your kisses and your love
Please come, come to me
From up, from up above

(Come softly, darling)
(Come softly, darling)
I need, need you so much
Wanna feel your wa-arm touch

Mm dooby do, dahm dahm, dahm do dahm ooby do
Dahm dahm, dahm do dahm, ooby do
Dahm dahm, dahm do dahm, ooby do
Dahm dahm, dahm ooh dahm

Mm dooby do, dahm dahm, dahm do dahm ooby do
Dahm dahm, dahm do dahm, ooby do
Dahm dahm, dahm do dahm, ooby do
Dahm dahm, dahm ooh dahm

The Fleetwoods - Come Softly To Me

Mr Blue - The Fleetwoods

Mr Blue - The Fleetwoods

The Fleetwoods ประกอบด้วย 1 ชาย 2 หญิง
ซึ่งเป็นเพื่อนนักเรียนไฮสกูลด้วยกัน
ระหว่างรอแม่มารับกลับบ้าน ก็นั่งฮัมเพลง ร้องเพลงด้วยกัน
และนึกสนุกรวมกันเป็น Trio
ร้องเพลงในโรงเรียนจนเพื่อนๆยุให้อัดแผ่นเสียง
หลังจากนั้น ก็ดังขึ้นมาจากเพลง Come Softly to Me
ซึ่งได้รับแผ่นเสียงทองคำในปี 1959

ชาย 1 เดียว คือ Gary Troxel นักร้องนำ ปัจจุบันอายุ 70 แล้ว
และอีก 2 สาวคือ Gretchen Christopher
และเพื่อนของ Christopher ชื่อ Barbara Ellis อายุอ่อนกว่า Gary 1 ปีทั้ง 2 สาว
แรกเริ่มเมื่อจับกลุ่มกันใช้ชื่อว่า Two Girls and a Guy ก่อนจะมาใช้ The Fleetwoods


เพลง Mr.Blue นี้ ได้รับรางวัลแผ่นเสียงทองคำในปี 1959

Mr. Blue

Our guardian star lost all his glow
The day that I lost you
He lost all his glitter the day you said, no
And his silver turned to blue
Like him, I am doubtful that your love is true
But if you decide to call on me
Ask for Mr. Blue

I'm Mr. Blue (wah-a-wah-ooh)
When you say you love me (ah, Mr. Blue)
Then prove it by goin' out on the sly
Provin' your love isn't true
Call me Mr. Blue

I'm Mr. Blue (wah-a-wah-ooh)
When you say you're sorry (ah, Mr. Blue)
Then turn around, head for the lights of town
Hurtin' me through and through
Call me Mr. Blue

I stay at home at night (I stay at home)
Right by the phone at night (right by the phone)
But you won't call
And I-I won't hu-urt my pride (call me Mr)

I won't tell you (wah-a-wah-ooh)
Why you paint the town (ah, Mr. Blue)
A bright red to turn it upside down
I'm paintin' it too
But I'm paintin' it blue
Call me Mr. Blue (wah-a-wah-ooh)
Call me Mr. Blue (wah-a-wah-ooh)

Call me Mr. Blue



The Fleetwoods - Mr Blue

Please Don't Talk To The Lifeguard - Diane Ray

Please Don't Talk To The Lifeguard - Diane Ray


Song / Title: Please Don't Talk To The Lifeguard

Artist / Band:Diane Ray



Please don't talk to the lifeguard
Please don't talk to the lifeguard
Says the sign where I go to swim, oh-oh-oh-oh
How can I get to know him?
How can I get to show him
That I am so much in love with hi-i-im

Dark and handsome, golden tan
Six feet tall, man-oh-man!
Gotta make him mine, all mine
Wish theyd take away that sign

Please don't talk to the lifeguard
Please don't talk to the lifeguard
Guess I'll swim way out into the sea
And then I'll meet him when he rescues me-e-e

Dark and handsome, golden tan
Six feet tall, man-oh-man!
Gotta make him mine, all mine
Wish theyd take away that sign

Please don't talk to the lifeguard
Please don't talk to the lifeguard
Guess I'll swim way out into the sea
And then I'll meet him when he rescues me-e-e

Says the sign where I go to swim, oh-oh-oh-oh


Diane Ray - Please Don't Talk To The Lifeguard


Andrea Carroll - Please Don't Talk To The Lifeguard


Just Let Me Cry - Lesley Gore

Just Let Me Cry - Lesley Gore
"ปล่อยให้ฉันร้องไห้"




Just Let Me Cry - Lesley Gore




Oh, stars on high,
โอ,หมู่ดาวที่อยู่เบื้องบน
why can't I make you see
ทำไมฉันไม่อาจทำให้พวกเจ้าเห็นได้
That I don't want your light to shine on me?
ว่าฉันนะ ไม่ต้องการแสงสว่างของเจ้าที่สาดส่องมายังฉันอีก
He said good-bye,
เพราะเขาได้กล่าวลาไปแล้ว
Just let me cry ay-ay-ay
ปล่อยให้ฉันร้องไห้เถิดนะ

Don't let me hear the robins sing above,
อย่าให้ฉันได้ยินเสียงนกโรบินร้องอยู่ข้างบน
What good's their song if I've no one to love?
เพลงของพวกเค้าจะมีประโยชน์อะไร หากฉันไม่มีใครจะมารักเลย
He said good-bye,
เขาได้บอกอำลาไปแล้ว
Just let me cry ay-ay-ay
ก็ขอให้ปล่อยฉันได้ร้องไห้เถิด

Hide every lovely flower from my sight,
จงซ่อนดอกไม้ทุกดอกให้พ้นจากสายตาฉัน
Don't let that dreamy moon come out, oh, tonight.
อย่าปล่อยให้ดวงจันทร์สลัวออกมาในคืนนี้
And please don't let me see two lovers kiss,
และได้โปรดอย่าให้ฉันเห็นคนรักทั้งสองหอมกัน
Don't let me be reminded what I miss.
อย่าให้ฉันถูกเตือนในสิ่งที่ฉันได้สูญเสียไป
He said good-bye,
เขาได้บอกลาฉันไปแล้ว
Just let me cry ay-ay-ay
ปล่อยให้ฉันได้ร้องไห้เถิด

(Instrumental Break)

He said good-bye,
Just let me cry, yeah,
Just let me cry,
Just let me cry...






Mary Ann - Just Let Me Cry



Just Let Me Cry Just Let Me Cry Just Let Me Cry Just Let Me Cry

วันเสาร์ที่ 27 สิงหาคม พ.ศ. 2554

Love me with all your heart

Love me with all your heart

Love Me with All Your Heart เป็นเพลงฮิตที่มีรากฐานมาจากเพลงของสเปนชื่อ "Cuando caliente el sol"

ทั้งเนื้อร้องและดนตรีดั้งเดิมที่เป็นของสเปนประพันธ์โดย Carlos Rigual

เป็นเพลงพ็อพท็อปฮิตในช่วงปี 1961 ที่ศิลปินมากหลายนำมาร้องกัน

แต่เท่าที่ทราบเนื้อเพลงของทั้งสองภาษามิได้แปลงมาในความหมายเดียวกัน





Love Me with All Your Heart - Engelbert Humperdinck




Lyrics & music: Mario Rodriguez Rigual

English lyrics: M. Vaughn


Love me with all of your heart
รักชั้นด้วยหัวใจทั้งหมดของคุณ
That’s all I want, love
นั้นคือสิ่งทั้งหมดที่ชั้นต้องการ
Love me with all of your heart
รักชั้นด้วยหัวใจทั้งหมดของคุณ
Or not at all
หรือก้อไม่ทั้งหมด
Just promise me this
แค่สัญญากับชั้น
That all you'll give me
ทั้งหมดนั้นคุณจะยกให้ชั้น
All your kisses
จูบทั้งหมดของคุณ
Every winter Every summer Every fall
ทุกฤดูหนาว ฤดูร้อน ฤดูใบไม้ผลิ


When we are far apart
เมื่อเวลาที่เราไกลกัน
or when you’re near me
หรือเมื่อเวลาที่คุณใกล้ชั้น
Love me with all of your heart
รักชั้นด้วยหัวใจทั้งหมดของคุณ
as I love you
อย่างที่ชั้นรักคุณ
Don’t give me your love
อย่าให้ความรักชั้น
For a moment Or an hour
แค่เพียงชั่วคราวหรือแค่ชั่วโมง
Love me always
รักชั้นตลอดเวลา
As you loved me From the start
เหมือนอย่างที่คุณรักชั้นแต่เริ่มแรก
With every beat of your heart
ด้วยทุกๆเวลาการเต้นของหัวใจคุณ






"CUANDO CALIENTA EL SOL" - Connie Francis





Love Me with All Your Heart - Ray Charles Singers





Love Me with All Your Heart - Agnetha Faltskog





Love Me with All Your Heart - Petula Clark





Love me with all your heart - the Lettermen



Love me with all your heart Love me with all your heart Love me with all your heart

วันศุกร์ที่ 26 สิงหาคม พ.ศ. 2554

Smoke Gets in Your Eyes - The Platters

Smoke Gets in Your Eyes - The Platters

ในบ้านเรา เมื่อราวๆ 20 ปีที่แล้ว มีหนังฝรั่งเรื่อง Always พระเอกเป็นคนขับเครื่องบินดับเพลิง แล้วประสบอุบัติเหตุ
และคนไทยก็ได้รู้จัก เพลงStandard เพลงหนึ่ง ซึ่งเป็น Sound Track ในเรื่องนี้ นั่นก็คือเพลง Smoke Gets in Your Eyes – ใน version ของ The Platters ปี 1959





Smoke Gets in Your Eyes - The Platters


เพลง : Smoke gets in ypur eyes
ศิลปิน : The Platters


They asked me how I knew
My true love was true
Oh, I of course replied
Something here inside cannot be denied

ใครๆ ถามผมว่า ผมรู้ได้อย่างไร
ว่ารักแท้ของผมนั้นจริงแท้แน่แล้ว
แน่นอน ผมตอบว่า
ผมมั่นใจได้ด้วยตัวเอง


They said someday you'll find
All who love are blind
Oh, when your heart's on fire
You must realize
Smoke gets in your eyes

เขาเหล่านั้นก็ยังบอกผมอีกว่า สักวันผมก็จะรู้
คนมีความรักมักตาบอด
เมื่อใจคุณเร่าร้อนเหมือนอยู่บนกองไฟ
คุณก็จะสำนึกว่า
ควันเข้าตาคุณเสียแล้ว


So I chaffed them and I gaily laughed
To think they could doubt my love
Yet today my love has flown away
I am without my love

ผมฟังแล้วก็ยังล้อเลียนและขบขันถ้อยคำของเขา
ที่บังอาจสงสัยความรักของผม
แต่วันนี้ความรักของผมล่มลงแล้ว
ผมอยู่ไปอย่างไร้รัก


Now laughing friends deride
Tears I can not hide
Oh, so I smile and say
When a lovely flame dies
Smoke gets in your eyes
Smoke gets in your eyes

ตอนนี้เพื่อนๆพากันหัวเราะเยาะ
น้ำตาที่ผมไม่อาจซ่อน
ผมก็ได้แต่ยิ้มและบอกว่า
เมื่อเปลวไฟสวยงามมอดไป
ควันก็เข้าตาผมน่ะ
ควันเข้าตาผมเท่านั้นเอง



อันไฟคุ ระอุร้อน ก่อนจะดับ

ย่อมอบอับ ควันรม สุมแสบเศร้า

ควันหลงรัก นั้นหนา เข้าตาเรา

จะบรรเทา ต้องทำใจ... “ดับไฟรัก”

(Smoke Gets in Your Eyes แปลโดย คุณจิระนันท์ พิตรปรีชา จากภาพยนตร์เรื่อง Always)








Smoke Gets in Your Eyes - The Platters Smoke Gets in Your Eyes - The Platters Smoke Gets in Your Eyes - The Platters

วันพฤหัสบดีที่ 25 สิงหาคม พ.ศ. 2554

Goodbye - Mary Hopkin

Goodbye

Mary Hopkin


Please don't wake me until late tomorrow comes,

And I will not be late.

Late today when it becomes tomorrow.

I will leave to go away.

Goodbye, goodbye, goodbye, goodbye my love goodbye.

Songs that lingered on my lips excite me now

And linger on my mind.

Leave your flowers at my door

I'll leave them for the one who waits behind.

Far away my lover sings a lonely song

And calls me to his side.

When the song of lonely love

Invites me on I must go to his side.

Goodbye, goodbye, goodbye, goodbye my love goodbye.








วันอาทิตย์ที่ 21 สิงหาคม พ.ศ. 2554

If - Bread

Bread

If



If a picture paints a thousand words,
ถ้าภาพวาดนั้นสามารถแทนคำพูดได้เป็นพัน ๆ คำ
Then why can't I paint you?
แล้วทำไมฉันจึงไม่วาดภาพนั้นเล่า ?
The words will never show
คำพูดใด ๆ ก็ไม่อาจที่จะแสดงได้
the you I've come to know.
ถึงตัวเธอที่ฉันรู้จัก

If a face could launch a thousand ships,
ถ้าใบหน้าสวยขนาดทำให้เรือเป็นพัน ๆ ลำแล่นไปได้
Then where am I to go?
ถ้าอย่างนั้นฉันควรจะไปทางไหนดีน๊ะ?
There's no one home but you,
ที่บ้านก็ไม่มีใครนอกจากเธอ
You're all thats left me too.
เธอคือสิ่งเดียวที่เหลือสำหรับฉัน
And when my love for life is running dry,
และเมื่อความรักของฉันมันเกิดเหี่ยวแห้งลง
You come and pour yourself on me.
เธอได้เข้ามารินใจของเธอให้กับฉัน

If a man could be two places at one time,
ถ้าหากคนเราสามารถอยู่สองแห่งได้ในเวลาเดียวกัน
I'd be with you.
ฉันก็จะไปอยู่กับเธอ
Tomorrow and today, beside you all the way
ในวันพรุ่งนี้ และวันนี้.อยู่เคียงข้างเธอตลอดไป
If the world should stop revolving
ถ้าหากโลกเกิดหยุดหมุนขึ้นมา
spinning slowly down to die
โดยหมุนช้า ๆ จนกระทั่งหยุดหมุนไป

I'd spend the end with you.
ฉันก็จะใช้เวลาในตอนท้าย ๆ อยู่กับเธอ
And when the world was through,
และเมื่อโลกถึงคราวต้่องจบสิ้นลง
Then one by one the stars would all go out,
เมื่อดวงดาวแต่ละดวงก็จะต้องดับแสงลงไป
Then you and I would simply fly away
เมื่อนั้นทั้งเธอและฉันก็จะลอยล่องลับไปเช่นกัน

Free me - Uriah Heep

Free me - Uriah Heep


ให้อิสระผมเถอะนะ ทำไมไม่ปล่อยฉผมไปซักทีล่ะครับ ผมละสงสัยนักเชียวว่า คุณรักผมแน่หรอ คูณไม่ได้เป็นรักแรกของผมหรอกนะ ความทรงจำที่ดีมันปลอบผมเรื่อยมา ผมน่ะรักคุณมากเท่าที่ผู้ชายคนนึงจะพึงรักผู้หญิงได้นะ
แต่มันคงไม่มากพอที่จะทำให้คุณรักผมละสิ

ตราบเท่าที่ยังรักคุณอยู่ จะเนิ่นนานสักแค่ไหนหรืออาจจะในเร็วๆนี้ก็ตาม ผมเชื่อว่าคงจะลืมคุณได้สักวัน ถ้าผมปล่อยให้มันเป็นไปตามครรลอง จะเอาไงเอากัน คุณจะหลอกผมไปได้อีกสักกี่นานก็ช่างเหอะ ผมขอวิงวอนนะ ให้อิสระผมเถอะ

เป็นเพลงของวงเฮพวี่ฮาร์ดร้อค รุ่นใหญ่ URIAH HEEP ฮาร์ดร็อกยอดนิยมมืองผู้ดี จากเกาะอังกฤษ ตั้งวงกันครั้งแรกเมื่อเดือนธีนวาคม 1969 ที่มาของชื่อวงนั้น มาจากตัวละครของนิยายเดวิด คอปเปอร์ฟิลด์ ที่เขียนโดยชาร์ลส ดิ๊กเกนส์ Free me หลุดออกมาเป็นเพลงซ้อฟร้อคที่ค่อนข้างจะแปลกแหวกแนวเพลงในอัลบั้ม





Free me - Uriah Heep




Free me, free me
ปล่อยฉันไป,ปล่อยฉันไป
Why wont you free me
ทำไมเธอไม่ปล่อยฉันเสียทีล่ะ
Free me from your spell
ปล่อยฉันไปจากเสน่ห์มนต์ตราของเธอ
Come on and free me
มาเถอะมาปล่อยฉัน
Why wont you free me
ทำไมเธอจึงไม่ปล่อยฉัน
Come on and free me
มาเถอะมาปล่อยฉัน
Free me from your spell
ปล่อยฉันไปจากมนต์ตราของเธอ

Why should I worry
ทำไมฉันต้่องมานั่งกังวล
That you might not love me
ว่าเธออาจจะไม่ได้รักฉัน
You're not the only love
เธอไม่ใช่ความรักครั้งเดียว
That Ive ever had
ที่ฉันจะมีได้สักหน่อย
Your sweet memory
ความทรงจำอันแสนหวานเกี่ยวกับเธอ
Will always comfort me
จะคอยปลอบประโลมฉัน
So why should I be feeling sad
ฉะนั้น ไม่เห็นจะมีอะไรที่ต้องเศร้า

As far as I can tell
ฉันสามารถบอกได้เลย
You knew so well
ว่าฉันรู้จักเธอดี
I was always
ฉันรู้จักเธอดีเสมอ
At the end of the line
จนสุดที่ปลายขอบฟ้า
I've loved you as much
ฉันรักเธอขนาดนั้นแหละ
As any man can
มากที่สุดเท่าที่ชายคนหนึ่งจะทำได้
But not enough
แต่มันก็ไม่มากพอ
To make you mine
ที่จะได้ใจเธอ

So long, easy rider
ต่อจากนี้ไป
I know I'll miss you for awhile
ฉันคิดว่าฉันคงคิดถึงเธอไปอีกพักใหญ่
But sooner or later
แต่ไม่ช้าก็เร็ว
I know that I'll forget you
ฉันรู้ว่าคงจะลืมเธอได้สักวัน
And I tell you babe
และฉันจะบอกอะไรให้นะที่รัก

Free me, free me
ปล่อยฉันไป,ปล่อยฉันไป
Why wont you free me
ทำไมเธอไม่ปล่อยฉันเสียทีล่ะ
Free me from your spell
ปล่อยฉันไปจากเสน่ห์มนต์ตราของเธอ
Come on and free me
มาเถอะมาปล่อยฉัน
Why wont you free me
ทำไมเธอจึงไม่ปล่อยฉัน
Come on and free me
มาเถอะมาปล่อยฉัน
Free me from your spell
ปล่อยฉันไปจากมนต์ตราของเธอ

We let a good love die
เราปล่อยให้ความรักดีๆตายไป
We let it pass us by
เราปล่อยให้มันผ่านเราไป
Though you tried to
ต่อให้เธอจะพยายาม
Keep me hanging on
ทำให้ฉันรั้งความรักนี้ไว้
But with all this doubt
แต่ปัญหาคาใจระหว่างเราทั้งหมดนี้
It'll never work out
ก็จะไม่มีวันได้รับการแก้ไขอยู่ดี
So tomorrow I'll be travelling on
ฉะนั้นพรุ่งนี้ฉันจะจากไป
And saying:
และบอกกับเธอว่า

So long, easy rider
ต่อจากนี้ไป
I know I'll miss you for awhile
ฉันคิดว่าฉันคงคิดถึงเธอไปอีกพักใหญ่
But sooner or later
แต่ไม่ช้าก็เร็ว
I know that I'll forget you
ฉันรู้ว่าคงจะลืมเธอได้สักวัน
And I tell you babe
และฉันจะบอกอะไรให้นะที่รัก

Free me
Come on and free me
Why wont you free me
Free me from your spell
I'm on my knees, babe

Free me
Why wont you free me
Free me from your spell
Oh babe, come on
Come on and free me
Why wont you free me
Free me from your spell




Free me - Uriah Heep Free me - Uriah Heep Free me - Uriah Heep

It Must Be Him - VIKKI CARR

I tell myself what's done is done
I tell myself don't be a fool
Play the field have a lot of fun
It's easy when you play it cool

I tell myself don't be a chump
Who cares, let him stay away
That's when the phone rings and I jump
And as I grab the phone I pray

Let it please be him, oh dear God
It must be him or I shall die
Or I shall die
Oh hello, hello my dear God
It must be him but it's not him
And then I die
That's when I die

After a while, I'm myself again
I take the pieces off the floor
Put my heart on the shelf again
You'll never hurt me anymore

I'm not a puppet on a string
I'll find somebody else someday
That's when the phone rings, and once again
I start to pray

Let it please be him, oh dear God
It must be him , it must be him
or I shall die, Or I shall die
Oh hello, hello my dear God
It must be him but it's not him
And then I die
That's when I die





WITH PEN IN HAND - VIKKI CARR

With Pen In Hand ลายเซ็นต์(หย่า) ...ด้วยปากกาในมือคุณ...

Bobby Goldsboro ซึ่งเป็นนักร้องและนักแต่งเพลง เจ้าของเพลง See the Funny Little Clown และ Honey
ได้เขียนเพลง With Pen in Hand นี้เมื่อปี 1968 ชื่อเพลงเป็นหัวข้อสะท้อนเรื่องราวของเนื้อเพลง ได้เป็นอย่างดี
....ด้วยปากกาในมือ...เซ็นชื่อลงไปเลย...แล้วเราก็จะเป็นอิสระต่างคนต่างไป....
เพลงนี้มี 2 เวอร์ชั่น คือของฝ่ายหญิง และของฝ่ายชาย เนื้อเพลงจะต่างกันตรงท่อนกลางโดยของฝ่ายหญิงบอกว่า
....คุณจะดูแลเจนนี่ให้ดี..สอนให้แกม้วนผม... หรือเล่นแบบที่เด็กผู้หญิงเขาเล่นกันน่ะ...จะทำได้มั้ยล่ะ
ส่วนของฝ่ายชายจะบอกว่า
....คุณจะดูแลจอห์นนี่ให้ดี..สอนให้แกตกปลา...ผิวปาก...ป้องกันตัวเองจากพวกเด็กเกเร....จะทำได้มั้ยล่ะ

เพลงนี้มีนักร้องทั้งชายและหญิงหลายคนนำไปร้อง ในที่นี้ได้นำเสนอเสียงของ Vicki Carr เจ้าของเพลง
It Must Be Him ที่โด่งดัง เธอใส่อารมณ์ในเพลงนี้ได้ดีมาก โดยเฉพาะตอนที่กล่าวถึงลูกสาว
มีเสียงร้องกลั้วสะอื้นเข้ากับอารมณ์เพลง





With Pen In Hand - Vikki Carr


With Pen In Hand - Vikki Carr
..ด้วยปากกา .ในน้ำมือ(คุณ)


With pen in hand you sign your name
ลายเซ็นต์(หย่า) ...ด้วยปากกาในมือคุณ...
Today I find I'll be on that train
วันนี้..ฉันจะออกเดินทางด้วยรถไฟ
And you'll be free and i will be alone
และคุณก็จะได้.เป็นอิสระ..ส่วนฉันก็.อยู่คนเดียว
So alone
เหลือ..ตัวคนเดียว..

If you think we can't find The love we once knew
หากคุณคิดว่า..เรานั้นไม่สามารถ คันพบ(เข้าใจ)รัก ..ของเราที่เคยมี(กันและกัน)
If you think I can't make Everything up to you
หากคุณคิดว่า..ฉันไม่ได้ทำทุกสิ่งทุกอย่างให้แก่คุณเลยสักนิด

Then I'll be gone And you'll be on your own
เช่นนั้น.. ฉันก็จะเป็นฝ่ายไป...และคุณก็จะได้เป็นตัวของคุณเอง
You'll be on your own
..คุณก็จะได้เป็น(อิสระ)ในตัวคุณ

Can you take good care of Jenny
คุณสามารถ ดูแล เจนนี่(ลุกเรา) ได้เป็นอย่างดี?
Can you take her to school everyday
คุณสามารถ พาเธอไปโรงเรียนได้ทุกวัน?
Can you teach her how to play..All the games that little girls play
คุณสามารถ สอนเธอ ให้เล่น.....เกมส์ทั้งหมดที่ เด็กผู้หญิงเล่น..?

Here what I say
ที่ฉันกล่าว..มาหน่ะ.
Can you teach her how to roll up her hair
คุณสามารถ สอน ให้เธอม้วนผม ด้วยตัวเธอเอง?
Can you make sure each night That she says her prayers
คุณมั่นใจว่า สามารถให้เธอ สวดมนต์ก่อนนอน ในตอนกลางคืน ?
Well if you can do these things Then maybe she won't miss me
เอ้อ...ถ้า คุณสามารถทำได้ดีกว่านั้น..งั้นก็อาจจะทำให้ เธอไม่ต้อง คิดถึงฉัน
Maybe she won't miss me
...เธอคงอาจ..จะเลิกคิดถึงฉันได้

And tonight as you lay In that big lonely bed
และ .กลางคืน..คุณ เอนตัวลง..นอนบน เตียงใหญ่คนเดียว
And you look at that pillow Where I laid my head
และ คุณมอง ไปที่หมอน..ที่ฉันหนุนหัว
With your heart on fire Will you have no desire..To kiss me Or to hold me
กับ หัวใจ(ราคะ).อันร้อนลุ่มของคุณ ..ที่คุณจะไม่ได้ ..จูบฉัน...หรือ กอดฉันอีก
And if you can forget...The good times that we had
และ..ถ้าคุณ สามารถ ลืม ...ช่วงเวลาดีๆ ที่เราเคยมี(กันและกัน)

If you don't think the good times..Outweigh the bad
หาก คุณไม่คิดว่า..ช่วงเวลาที่ดีนั้น..มีมากกว่า.. เรื่องแย่ๆ
Than go ahead and sign your name
งั้นก็เชิญเลย..เซ็นต์ ไปซะ..!
And I'll be on my way
ฉันก็จะได้ไปตามทางของฉัน

I'll be on my way
ฉัน..จะได้ ไปตามทางของฉัน

La da da da da da da da da
ฮือๆ ๆๆ ฮือๆ ๆๆ :cry:
La da da da da da da da da
ลา ล๊า ลา ดี๊..ด๊า...ดี๊..ด๊า...




ศัพท์และสำนวนที่ใช้้

Make (something) up to (somebody), Make it up to (somebody)
สำนวนทั้งสองนี้หมายถึง จะทำบางอย่างเป็นการแก้ตัว หรือชดเชยให้
If you think I can't make everything up to you, than go ahead and sign your name and I'll be on my way. ถ้าคุณคิดว่าฉันไม่อาจชดเชยสิ่งดีๆให้คุณได้ละก็...เอาเลย...เซ็นชื่อลงไป แล้วฉันก็จะไปตามทางของฉัน

Say the prayers สวดมนต์
Can you make sure each night that she says her prayers?
คุณจะดูแลให้แน่ใจว่าแกได้สวดมนต์ทุกคืนจะได้มั้ย

Outweigh(v) ลบล้าง, มีน้ำหนักและความสำคัญมากกว่า, ได้เปรียบกว่า
If you don't think the good times outweigh the bad, then go ahead and sign your name.....
หากคุณไม่เห็นว่า ช่วงเวลาดีๆร่วมกันของเรา มีความหมายเหนือเรื่องเลวร้ายอื่ นๆแล้วละก็...เชิญเซ็นชื่อของคุณลงไปเลย.....

หมายเหตุ คำว่า Outweigh มักใช้สับสนกับคำว่า Overweight

Overweight(adj) น้ำหนักเกินพิกัด
you will have to pay extra if you luggage is overweight of that allowed.
คุณจะต้องจ่ายเพิ่มหากกระเป๋าเดินทางของคุณน้ำหนักเกินที่กำหนด

Overweighted(adj) with (something) รับน้ำหนักเกิน
These fruits are overweighted with this small plastic bag.
ผลไม้เหล่านี้้หนักเกินกว่าถุงพลาสติกเล็กๆใบนี้จะรับได้





With Pen In Hand - Vikki Carr With Pen In Hand - Vikki Carr With Pen In Hand - Vikki Carr

All for the love of a girl - Johnny Horton

Johnny Horton

All for the love of a girl


Well today I'm so weary
ทุกวันนี้ฉันอ่อนเปลี้ยมาก
Today I'm so blue
ฉันซึมเศร้าเหงาหงอยมาก
Sad and broken hearted
ตรอมใจและหัวใจแตกสลาย
And it's all because of you
ทั้งหมดนี้เกิดขึ้นเพราะเธอ

Life was a sweet dear
ชีวิตที่เคยหอมหวานกับเธอ
Live was a song
ชีวิตที่เคยมีแต่เสียงเพลง
now you've gone and left me
ตอนนี้เธอได้จากไปและทิ้งฉันไว้เพียงลำพัง
oh, where did I go wrong
บอกฉันที่เถอะ ฉันทำผิดตรงไหน

And it's all for the love
และนี่คือความรัก
Of a dear little girl
ของน้องหญิงสุดที่รัก
All for the love
ซึ่งความรักของเธอ
That sets your heart in a whirl
นั้นทำใจเธอให้ปั่นปวนสับสน

I'm a man who'd give his life
ฉันคือชายผู้ซึ่งมอบชีวิต
And the joys of this world
และความสุขบนโลกใบนี้
All for the love of a girl
มอบให้ทุกสิ่งเพื่อความรักของหญิงคนหนึ่ง


And it's all for the love
Of a dear little girl
All for the love
That sets your heart in a whirl

I'm a man who'd give his life
And the joys of this world
All for the love of a girl


You're The Inspiration - Chicago

Chicago

You're The Inspiration

เธอคือแรงบันดาลใจ


You know our love was meant to be
เธอรู้มั้ย รักของเรามีจุดมุ่งหวัง
the kind of love that lasts forever
ที่จะให้เป็นรักที่ยั่งยืนเป็นนิรันดร์
And I want you here with me
และฉันอยากให้เธออยู่กับฉันทุกแห่งหน
from tonight until the end of time.
นับตั้งแต่คืนนี้ไปจนถึงสิ้นสุดแห่งกาลเวลา
You should know, everywhere I go
เธอควรจะรู้ว่า ทุก ๆ แห่งที่ฉันไป
Always on my mind, in my heart
เธออยู่ในความนึกคิด,อยู่ในใจ
in my soul..baby
อยูในจิตวิญญาของฉันตลอดเวลาจ๊ะ..ที่รัก


You're the meaning in my life
เธอคือจุดมุ่งหมายในชีวิตของฉัน
you're the inspiration.
เธอคือแรงดลใจ
You bring feeling to my life
เธอมอบน้ำใสใจจริงให้กับชีวิตฉัน
you're the inspiration.
เธอคือแรงบันดาลใจ
Wanna have you near me
ฉันอยากให้คุณมาอยู่ใกล้ ๆ ฉัน
I wanna have you hear me sayin':
ฉันอยากให้เธอได้ยินฉันพูดว่า
No one needs you more than I need you.
ไม่มีใครต้องการเธอ ไปมากกว่าฉันคนนี้อีกแล้ว

And I know, yes I know that it's plain to see
และฉันก็รู้ว่า รู้ว่ามันกระจ่้างใสชัดเจนมาก
So in love when we're together.
ในความรักของเราเมื่อเราได้อยู่ร่วมกัน
Now I know that I need you here with me
ถึงตอนนี้ฉันรู้แล้วว่า ฉันต้องการเธอมาอยู่กับฉันทุกแห่งหน
From tonight until the end of time.
ตั้งแต่คืนนี้ จนกระทั่งถึงวันสิ้นสุดแห่งกาลเวลา
You should know, everywhere I go
เธอควรจะรู้ว่า ทุก ๆ แห่งที่ฉันไป
Always on my mind you're in my heart in my soul
เธออยู่ในความนึกคิด,อยู่ในใจ ในจิตวิญญาของฉันตลอดเวลา

You're the meaning in my life
you're the inspiration.
You bring feeling to my life
you're the inspiration.
Wanna have you near me
I wanna have you hear me sayin':
No one needs you more than I need you.


Wanna have you near me
I wanna have you hear me sayin':
No one needs you more than I need you.


You're the meaning in my life
you're the inspiration.
You bring feeling to my life
you're the inspiration.
Wanna have you near me
I wanna have you hear me sayin':
No one needs you more than I need you.

When you love somebody 'til the end of time
เมื่อเธอรักใครสักคน จนถึงสิ้นสุดแห่งกาลเวลา

When you love somebody, always on my mind
เมื่อคุณรักใครสักคน ในความนึกคิดของฉัน

No one needs you more than I.
ไม่มีใครรักเธอมากไปกว่าฉัน

วันเสาร์ที่ 20 สิงหาคม พ.ศ. 2554

No more you - Akon

ohhh, ohh, ohh, ohh

Just one look in the mirror
And I know I don't look the same being alone
I don't walk the same without you on my arm, I lost my charm
I don't know how I made it before
Cuz you are my future for sure
And now that it's over I dont know how I'm gonna get by..

[Chorus]
With no more you x2
What am I gonna do?
with no more you..
To see me through,
with no more you
What am I gonna do?
with no more you
Can't believe there's no more you..

I look at my passenger side
And there's nobody to ride with me for life
It feels like the end, I lost my friend
I can't sleep at night,
Because your side ain't occupied
The hurt in my eyes, won't go away
I'm in so much pain..

[Chorus]
With no more you x2
What am I gonna do?
there's no more you..
To see me through,
with no more you
What am I gonna do?
there's no more you
Can't believe there's no more you..

Don't know if I can make it or not..
Everybody sees that I'm going through a lot
It's hard being alone,
When you used to be on top
Call for you, there's no more you
I stop for a minute then I pinch myself
I can't believe I'm here by myself
I can't do anything without your help.
Call for you, there's no more you..Ohhh

[Chorus x2]
With no more you
What am I gonna do?
there's no more you
To see me through,
with no more you
What am I gonna do?
there's no more you
Can't believe there's no more you..

No more you
What am I gonna do,
there's no more you
To see me through,
No more you..
What am I gonna do,
there's no more you
Can't believe there's no more you (x3)



will you still love me tomorrow - The Shirelles

will you still love me tomorrow - The Shirelles

เดอะเชอเรลเลส (The Shirelles)
เป็นกลุ่มเด็กสาวชาวอเมริกัน รวมตัวกันขึ้นมาช่วงต้นคริสต์ทศวรรษ 1960
ถือเป็นกลุ่มศิลปินหญิงล้วนกลุ่มแรกที่มีเพลงอันดับ 1 บนบิลบอร์ดฮอต 100
ประกอบด้วยสมาชิก 4 คนคือ เชอร์ลีย์ โอเวนส์ (นักร้องนำ ต่อมาเป็นที่รู้จักในชื่อ เชอร์ลีย์ อัลส์ตัน แล้วก็กลายเป็นเป็นเชอร์ลีย์ อัลส์ตัน รีฟส์)
ดอริส โคลีย์ (ต่อมาเป็น ดอริส โคลีย์ เคนเนอร์ แล้วเปลี่ยนมาเป็นดอริส เคนเนอร์ แจ็กสัน เธอร้องนำในเพลง "Dedicated to the One I Love", "Welcome Home Baby", "Blue Holiday" และอีกหลายเพลงในหน้าบีและเพลงในอัลบั้ม)
เบเวอร์ลี ลี และแอดดี "มิกกี" แฮร์ริส

สมาชิกทั้ง 4 คนร่วมก่อตั้งวงที่นิวเจอร์ซีย์ ในปี 1958
ออกซิงเกิ้ลดังอย่าง "เบบี้อิตส์ยู" (เพลงเขียนโดยเบิร์ต แบแคแรก/ฮัล เดวิด/บาร์นีย์ วิลเลียมส์) , "Mama Said", "Foolish Little Girl"
และเพลงอันดับ 1 ถึง 2 เพลงอย่าง "Will You Still Love Me Tomorrow" (เกอร์รี กอฟฟิน/คาโรล คิง)
และ "Soldier Boy" (ฟลอเรนซ์ กรีนเบิร์ก/ลูเธอร์ ดิกซอน)
ส่วนเพลง "Sha La La" ของพวกเธอเป็นเพลงฮิตที่ถูกนำมาทำใหม่ในสหราชอาณาจักรโดยวงแมนเฟรดแมนน์ ติดท็อป 5 ในปี 1965
และเพลง "Boys" ถูกนำไปทำใหม่โดยวงเดอะบีตเทิลส์
พวกเขายังนำเพลง "เบบี้อิตส์ยู" ไปทำใหม่อยู่ในอัลบั้ม "Please, Please Me"อีกด้วย





will you still love me tomorrow - The Shirelles


will you still love me tomorrow


Tonight you're mine completely
คืนนี้เธอเป็นของฉันโดยสมบูรณ์ (เธอเสร็จฉันแล้ว)
You give you love so sweetly
เธอพรอดคำหวานมากมาก
Tonight the light of love is in your eyes
คืนนี้แสงของความรักช่ำในดวงตาของเธอ
But will you love me tomorrow?
แต่ในวันพรุ่งนี้เธอจะยังรักฉันอยู่หรือเปล่า?

Is this a lasting treasure
มันเป็นสมบัติล้ำค่าชิ้นสุดท้าย
Or just a moment's pleasure?
หรือเธอคิดว่าเป็นความสุขชั่วครั้งชั่วคราว
Can I believe the magic of your sighs?
ฉันควรจะเชื่อในสายตาที่ชวนหลงไหลของเธอหรือไม่?
Will you still love me tomorrow?
ในวันต่อ ๆไป เธอจะยังรักฉันหรือไม่?


Tonight with words unspoken
คืนนี้แม้เธอจะไม่ได้เอ่ยอะไรออกมา
You say that I'm the only one
เธอเอ่ยขึ้นมาว่า ฉันเป็นคนเดียวของเธอ
But will my heart be broken
แต่ฉันก็ยังกลัวว่าหัวใจฉันอาจแตกสลาย
When the night meets the morning sun?
เมื่อผ่านคืนนี้ไปแล้วจนถึงตะวันส่องในตอนเช้า

I'd like to know that your love
ฉันอยากจะรู้ว่่าความรักของเธอนั้น
Is love I can be sure of
ยังรักฉันอยู่และทำให้ฉันมั่นใจได้มากเพียงไร
So tell me now, and I won't ask again
บอกฉันมาเดี๋ยวนี้เถิด,และฉันก็จะไม่กวนใจเธออีก (ถามเธออีก)
Will you still love me tomorrow?
เธอยังรักฉันตลอดไปหรือไม่

(INSTRUMENTAL)

So tell me now, and I won't ask again
Will you still love me tomorrow?
Will you still love me tomorrow?
Will you still love me tomorrow?

will you still love me tomorrow - The Shirelles will you still love me tomorrow - The Shirelles will you still love me tomorrow - The Shirelles

วันศุกร์ที่ 19 สิงหาคม พ.ศ. 2554

You And I - Scorpions

You And I - Scorpions





You And I - Scorpions




I lose control because of you babe
ฉันเสียศูนย์ไปก็เพราะเธอนะที่รัก
I lose control when you look at me like this
ฉันเสียการควบคุมตัวเองไปเมื่อเธอมองที่ฉันแบบนั้น
something in your eyes that is sayin' tonight
บางอย่างในสายตาของเธอที่บอกกับฉันว่า คืนนี้
I'm not a child anymore, life has opened the door
ฉันไม่ใช่เด็กอีกต่อไปแล้ว ประตูแห่งชีวิตได้เปิดขึ้นแล้ว
to a new exciting life
ไปยังชีวิตใหม่ที่น่าตื่นเต้น

I lose control when I'm close to you babe
ฉันเสียการควบคุมตัวเอง เมื่อฉันอยู่ใกล้เธอ ที่รัก
I lose control don't look at me like this
ฉันเสียการควบคุมตัวเอง อย่ามองฉันอย่างนี้ซิ
something in your eyes, is this love at first sight
บางสิ่งในตาเธอ,เป็นรักแรกพบหรือเปล่านะ
like a flower that grows, life just wants you to know
เหมือนดอกไม้บาน,ชีวิตอยากให้เธอได้รับรู้
all the secrets of life
ถึงความลับทั้งหมดของชีวิต

It's all written down in your lifelines
เรื่องทั้งหมดได้ถูกเขียนบนเส้นชีวิตของเธอแล้ว
it's written down inside your heart
มันได้ถูกเขียนไว้ในใจของเธอ

You and I just have a dream
เธอและฉันมีฝันด้วยกัน
to find our love a place
ที่จะหาสถานที่แห่งรัก
where we can hide away
ที่ซึ่งสามารถซ่อนตัวไกลจากผู้คน
you and I were just made
เธอและฉันได้ตกลงใจแล้ว
to love each other now
ที่จะรักต่อกันและกัน ตั่งแต่บัดนี้
forever and a day
ไปตลอดกาลนาน

Instrument

I lose control because of you babe
ฉัีนเสียการควบคุมตัวเองเพราะเธอนะ ที่รัีก
I lose control when you look at me like this
ฉันเสียการควบคุมตัวเอง เมื่อเธอมองฉันแบบนี้
something in your eyes that is sayin' tonight
บางอย่างในสายตาของเธอที่บอกกับฉันว่า คืนนี้
I'm so curious for more just like never before
ฉันอยากรู้อยากเห็นมาก อย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน
in my innocent life
ต่อความไร้เดียงสาของชีวิตฉัน

It's all written down in your lifelines
it's written down inside your heart

You and I just have a dream
to find our love a place
where we can hide away
you and I were just made
to love each other now
forever and a day

Time stands still
เวลาหยุดหมุน
when days of innocence are falling for the night
เมื่อวันแห่งความไร้เดียงสากำลังจะหมดไปในคืนนี้
I love you girl I always will
ฉันรักเธอน้องสาว และฉันจะรักตลอดไป
I swear I'm there for you till the day I'll die
ฉันสาบานว่า ฉันจะอยู่ที่นี่เพื่อเธอ จนกว่าชีวิตฉันจะหาไม่

You and I just have a dream
to find our love a place
where we can hide away
you and I were just made
to love each other now
forever and a day

You and I just have a dream
to find our love a place
where we can hide away


You And I - Scorpions You And I - Scorpions You And I - Scorpions