Bangkok, Thailand


วันพฤหัสบดีที่ 8 กันยายน พ.ศ. 2554

Look For A Star - Garry Miles

Look For A Star - Garry Miles


Gary Miles ได้รับการถ่ายทอดดนตรีจากคุณพ่อของเขาที่ Louisiana. อายุแค่ 8 ขวบ ก็เล่นกีตาร์อะคูสติคเป็น หลังจบมัธยมแล้ว จึงออกจากบ้านมุ่งไปยัง California เพื่อสานฝันทางด้านดนตรี. และที่นี่แองเขาต้องหลงใหลในเสน่ห์ของเสียงกีตาร์ไฟฟ้า เขาชอบเพลงทุกแนวทั้ง Country Music และเพลง BLUES

หลังจากเก็บเกี่ยวประสบการณ์ทางด้านดนตรีอยู่หลายปี จึงกลับไปยัง Louisiana.และมุ่งหวังเอาดีทางด้านดนตรี โดยตระเวณเล่นตามสถานบันเทิงต่างๆ เขาเล่นดนตรีได้หลายชิ้นทั้งเบส ลีดส์ คีย์บอร์ด ฮาโมนิก้า แอคคอเดียน กลอง เทนเนอร์แซก แต่ก็ยังคลั่งใคล้ในกีตาร์ไฟฟ้าไม่เสื่อมคลาย

เมื่อชีวีเศร้าหมองมองไร้ค่า
ดูเหมือนว่าไม่สนใจใครคือฉัน
และรู้สึกไม่มีใครเคียงข้างกัน
ให้มองมั่นดวงดาราบนฟ้าไกล

เมื่อรู้ว่าโดดเดี่ยวเปลี่ยวเหงานัก
และเพื่อนรักก็ไม่รู้อยู่หนไหน
บนนั้นมีบางคนคอยสนใจ
หากมองไปยังฟากฟ้าดาราพราว

ทุกคนมีดาวประจำคอยนำโชค
ให้สร่างโศกสุกสว่างอยู่กลางหาว
หากขอพรแดนสรวงกับดวงดาว
จะถึงคราวได้พบรักใครสักคน

จะยากดีมีจนคนจรจัด
ไม่จำกัดแยกแบ่งทุกแห่งหน
จะมีพรเสกสรรบันดาลดล
จงมองค้นดาวดวงนั้นนะขวัญเอย

สำหรับเพลง Look for a star เป็นเพลงเอกในหนังเรื่อง " Circus of Hurrors " หรือ ." ละครสัตว์บันลือโลก "ในชื่อไทย ขึ้นถึงอันดับ 16 เมื่อเดือนสิงหาคม 1960 ส่วนต้นฉบับผู้ร้องคนแรกคือ " Deane Hawley " ขึ้นอยู่ในอันดับที่ 29 ก่อน แกรี่ เดือนเดียวเอง คือเดือนกรกฎาคม 1960

ความหมายและเนื้อหาของเพลงเป็นการปลุกปลอบขวัญไม่ให้ท้อแท้ ยามที่คุณรู้สึกว่าชีวิตไม่ประสบความสำเร็จ ไม่มีแม้คนเคียงข้าง
ให้แหงนหาดาวสักดวง ในยามเหงา เปล่าเปลี่ยว ห่างไกลจากเพื่อนๆ ยังมีดาวอีกดวงที่คงเคียงข้างคุณ ทุกคนมีดาวแห่งโชคลาภที่ส่องสกาวอยู่บนท้องฟ้า ถึงคุณจะเป็นใคร จะเป็นเศรษฐี หรือยาจก ไม่สำคัญ เพื่อนอีกคนรอส่องนำทางคุณอยู่แล้ว แหงนหาดาวสักดวงสิครับ

.ในทางดาราศาสตร์ ระบุว่าดวงดาวบนฟากฟ้าล้วนหมุนเวียนไปในแต่ละวัน ขึ้นทางขอบฟ้าด้านตะวันออกและตกทางขอบฟ้าด้านตะวันตกตามการหมุนของวัน แต่มีดาวอยู่ดวงหนึ่งดูเหมือนไม่เคยขึ้นหรือตกเลยเพราะอยู่ที่ขั้วฟ้าเหนือ ไม่ว่าจะวันไหนเวลาไหนดาวเหนือก็อยู่ที่ตำแหน่งเดิมตลอด จนถือได้ว่าเป็นตัวแทนแห่งความคงที่ไม่เปลี่ยนแปลงแม้ตำแหน่งจะดูไม่เคยเปลี่ยนแปลง แต่มีสิ่งหนึ่งในดาวเหนือที่มีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา และเป็นการเปลี่ยนแปลงที่สร้างความงงงวยให้แก่นักดาราศาสตร์มานานแสนนาน นั่นคือ ความสว่าง
นักดาราศาสตร์ทราบมานานแล้วว่าดาวเหนือเป็นดาวแปรแสงชนิดซีฟิดดวงหนึ่ง แต่คาบและความสว่างสูงสุดของดาวเหนือมีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา และเมื่อเร็ว ๆ นี้ นักดาราศาสตร์จากมหาวิทยาลัยวิลลาโนวาในเพนซิลเวเนียยังพบว่า ขณะนี้ความสว่างเฉลี่ยของดาวเหนือกำลังลดลงอย่างช้า ๆ

ดาวเหนือ Polaris หรือ Cynosura เป็นดาวฤกษ์ที่สว่างที่สุดในกลุ่มดาวหมีเล็ก และอยู่ใกล้กับขั้วฟ้าเหนือ จึงปรากฏเหมือนอยู่นิ่งกับที่บนท้องฟ้า :ซึ่งแท้จริงแล้วเป็นเพียงภาวะชั่วคราวเท่านั้น เพราะแกนหมุนของโลกมีการส่าย

การที่ดาวเหนืออยู่ในทิศทางที่เกือบจะเป็นทิศทางเดียวกับแกนหมุนของโลก ดาวฤกษ์ดวงอื่น ๆ จึงดูเหมือนเคลื่อนที่วนเป็นวงกลมรอบดาวเหนือ นักสำรวจอาศัยดาวเหนือในการเดินเรือ ปัจจุบันดาวเหนือไม่ได้อยู่ตรงกับขั้วฟ้าเหนือแต่ห่างจากขั้วฟ้าเหนือเล็กน้อย (ไม่เกิน 1°) จึงเคลื่อนที่เป็นวงกลมเล็ก ๆ ด้วยเส้นผ่านศูนย์กลางไม่เกิน 2° มีเพียงสองเวลาในวันหนึ่ง ๆ ที่ดาวเหนืออยู่ตรงกับทิศเหนือพอดี ส่วนในเวลาอื่นต้องอาศัยตารางคำนวณเพื่อหาทิศเหนือที่แม่นยำ

แท้จริงแล้วดาวเหนือไม่ได้บอกทิศเหนือตลอดไป การที่แกนหมุนของโลกส่ายคล้ายลูกข่างด้วยคาบ 26,000 ปี ทำให้ดาวฤกษ์ดวงอื่นเคยเป็นดาวเหนือมาก่อน เช่น ดาวทูแบนในกลุ่มดาวมังกร ส่วนในอนาคต จะเป็นดาวเวกาในกลุ่มดาวพิณ

ในความเชื่อของคนไทยนั้น เดือนที่เกิดเป็นเดือนแห่งราศีและทุกราศีจะมีดาวนำทางคอยปกป้องคุ้มครอง


ราศีเมษ
มีดาวอังคารเป็นดาวที่คอยปกป้องรักษา จึงได้รับอิทธิพลจากเทพเจ้าผู้บุกเบิกแห่งดาว ดาวนี้ซึ่งเต็มไปด้วยพละกำลัง ชาวเมษจึงเป็นผู้มีพลังแกร่งกล้า ตั้งใจจริงกล้าหาญ และพร้อมที่จะเผชิญหน้ากับทุกสิ่งอย่างไม่หวาดหวั่น และดูเป็นหนุ่มเป็นสาวอยู่เสมอ
สิ่งนำโชคคือ ของกระจุกกระจิกสีส้ม แดง และทอง อาหารที่เหมาะสมกับร่างกายคุณคือมะเขือเทศ เลข 9 อักษร I,R ดอกเดซี่ ผ้าพันคอ และกางเกง 3 ส่วน

ราศีพฤษภ
ดาวที่ปกป้องรักษาราศีนี้คือดาวศุกร์ โดยเทพวีนัสผู้สดสวยอ่อนหวาน และเต็มไปด้วยความรัก ความงามและความรักอันลึกซึ้งเปี่ยมล้นของเทพวีนัสนี้ส่งผลให้คุณมีรอยยิ้มที่น่ารักและจิตใจที่มีเมตตากรุณากับทุก ๆ คน และมีความรักให้มวลมนุษย์อย่างเหลือเฟือ
สิ่งนำโชคคือ ของใช้กระจุกกระจิกสีฟ้า ชมพู และครีม ผักชีจะเป็นอาหารที่ทำให้ร่างกายคุณแข็งแรงและได้รับสารอาหารอย่างสมดุล เลข 7 อักษร G,Y สลัดซีฟู้ด หอประชุมแสดงคอนเสิร์ต และกระโปรงเอี๊ยม

ราศีเมถุน
ดาวพุธเป็นดาวที่คอยดูแลปกป้องราศีนี้ ส่วนเทพผู้พิทักษ์ราศีนี้ ได้แก่เทพเจ้าเมอร์คิวรี่ ผู้มีพรสวรรค์และความสามารถในการประพันธ์ เป็นนายช่าง ปละมีวาทศิลป์ที่เลอเลิศ คุณจึงได้รับอิทธิพลนี้ทำให้คุณเป็นนักพูด นักเขียน และเป็นผู้รอบรู้ชนิดหาตัวจับยาก
สิ่งนำโชคคือ ของใช้กระจุกกระจิกสีเหลือง น้ำเงิน และเขียว อย่าลืมรับประทานผักกาดหอมให้มาก ๆ เพราะคุณควรได้รับวิตามินซีอย่างเพียงพอ เลข 4 อักษร D,M รถแข่ง ดาดฟ้า อาคาร นาฬิกาปลุก และเสื้อสูท

ราศีกรกฎ
ดวงจันทร์เป็นดาวที่คอยปกป้องรักษาราศีกรกฎ ส่วนเทพผู้พิทักษ์คือ ไดอาน่า เทพธิดาแห่งการล่าสัตว์ และเกษตรกรรม ทั้งยังเป็นแม่ของลูก ๆ จำนวนมากด้วย คุณจึงได้รับอิทธิพลนี้จนเป็นคนที่จิตใจกว้างขวางสุขุมเยือกเย็น และมีสัญชาตญาณของเพศแม่อยู่ถึงแม้จะเป็นผู้ชายหรือผู้หญิงก็ตาม สิ่งนำโชคคือ ของใช้กระจุกกระจิกสีขาว ม่วงอ่อน และสีฟ้าน้ำทะเล คุณควรรับประทานพวกสาหร่ายทะเลให้มาก ๆ แล้วร่างกายคุณจะแข็งแรง เลข 8 อักษร H,N กระจกแบบมีด้ามถือ บริเวณลานวัด เข็มขัดหนัง และเสื้อคอโปโล

ราศีสิงห์
มีดวงอาทิตย์เป็นดาวฤกษ์ที่คอยปกป้องรักษา ส่วนเทพผู้พิทักษ์คือ เทพอะพอลโล ซึ่งเป็นเทพเจ้าแห่งความเข้มแข็งความหนุ่มความสาว และไพ่แห่งชีวิต คุณจึงเป็นผู้ที่หยิ่งทะนง ใจกว้าง และเชื่อมั่นในตนเองอย่างสูง ทั้งยังชอบเป็นจุดเด่น จุดสนใจด้วย
สิ่งนำโชคคือ ของใช้กระจุกกระจิกสีส้ม แดง และทอง ลูกพลัม และส้มทุกชนิด จะทำให้คุณสามารถก้าวเดินไปสู่หนทางแห่งความสุขได้ เลข 3 อักษร K,U ขนมไพลูกพีช สวนสัตว์นาฬิกาแบบหน้าปัดตัวเลข ดอกกุหลาบแห้ง ถุงเท้าลายขวางและเสื้อแจ็คเก็ต

ราศีกันย์
ดาวที่คอยปกป้องดูแลราศีกันย์อยู่คือดาวพุธเช่นเดียวกับราศีเมถุน โดยมีเทพเมอร์คิวรี่เป็นเทพประจำราศี คุณจึงได้รับอิทธิพลจากเทพเจ้า รวมทั้งนิสัยพื้นฐานของราศีนี้ ซึ่งจะเป็นผู้ที่มีมารยาทที่งามสุภาพ เอาจริงเอาจัง พูดเก่ง และเขียนตัวหนังสือได้สวย
สิ่งนำโชคคือ ของกระจุกกระจิกสีครีม สีเนื้อ และสีน้ำเงิน หรือ ฟ้า อาหารที่ดีต่อร่างกายคุณคือพวกมะนาว เลมอน เลข 0 อักษร A,S พิซซ่า ชั้นใต้ดิน สายสร้อยห้อยจี้ไม้กางเขน เสื้อแจ็คเก็ตยีนส์ และดินสอสีม่วง

ราศีตุลย์
ดาวที่คอยปกป้องดูแลราศีตุลย์นี้เช่นเดียวกับราศีพฤษภคือ ดาวพุธ เทพวีนัส ซึ่งเป็นเทพธิดาประจำดาวพุธนี้ได้มีอิทธิพลในด้านความงามและความรักต่อชาวตุลย์ ทำให้ชาวตุลย์เกลียดสิ่งที่ไม่ดีไม่งาม และยังมีจิตใจเที่ยงธรรม รักษาสมดุลของสิ่งต่าง ๆ ได้เป็นอย่างดีอีกด้วย สิ่งนำโชคคือ ของใช้กระจุกกระจิกสีฟ้า เขียว และเหลือง สตรอเบอรี่จะเป็นผลไม้ที่นำโชคดีมาให้ เลข 6 อักษร F,O ระเบียง เข็มกลัดรูปดอกไม้ กลิ่นวานิลา และกระโปรงมินิเข้ารูป

ราศีพิจิก
ดาวที่คอยปกปักรักษาราศีพิจิกอยู่คือดาวพลูโต มีเทพพลูโตเทพแห่งความลี้ลับ และซ่อนเร้นคอยพิทักษ์อยู่ คุณจึงได้รับอิทธิพลเหล่านี้ทำให้เป็นคนพูดน้อยไม่แสดงตัวมักเก็บความเร่าร้อนไว้ภายใน แต่มีเสน่ห์ดึงดูดอันเร้นลับน่าพิศวง
สิ่งนำโชคคือ ของกระจุกกระจิกสีเทา และดำ อาหารที่เหมาะสำหรับสุขภาพของคุณคือ ไข่เจียว เลข 5 ตัวอักษร E,W ห้องสมุด ที่คาดผม กระโปรงพลีทและตะปูที่เป็นสนิม

ราศีธนู
ดาวที่คอยปกปักษ์รักษาราศีธนูคือดาวพฤหัส โดยมีจูปีเตอร์เป็นเทพคอยพิทักษ์อยู่ เทพจูปีเตอร์เป็นเทพแห่งความรอบรู้และพรสวรรค์ทั้งมวล คุณจึงได้รับอิทธิพลให้เป็นคนรักอิสระ ทำอะไรตามใจชอบและมีความสามารถรอบตัวทีเดียว
สิ่งนำโชคคือ ของใช้กระจุกกระจิกสีม่วง แดง และส้ม แตงกวา จะเป็นอาหารที่ช่วยให้ร่างกายของคุณได้รับสารอาหารอย่างเต็มที่ เลข 1 อักษร J,S กุ้งชุบแป้งทอด สวนสาธารณะขนาดใหญ่ แว่นกันแดด เสื้อไหมพรมมอร์แฮร์

ราศีมังกร
ดาวที่คอยปกปักษ์รักษาราศีมังกรคือดาวเสาร์ ส่วนเทพผู้คอยพิทักษ์ดูแลคือเทพแห่งกาลเวลา เทพคลอนุส คุณจึงได้รับอิทธิพล ทำให้เป็นคนที่เที่ยงตรงไม่หักโหม มีความคิดที่รอบคอบ มีเหตุมีผล และใช้ชีวิตอย่างถูกต้องคุ้มค่า
สิ่งนำโชคคือ ของกระจุกกระจิกสีดำ เทา น้ำตาลหม่น ถ้าคุณอยากมีความสุข ขอให้รับประทานหัวหอมเป็นประจำ เลข 2 อักษร K,T สร้อยคอจี้รูปดาว ต่างหูมุก ตุ๊กตาหุ่นยนต์ ริมทะเล กางเกงตัวหลวมพอง

ราศีกุมภ์
คุณมีดาวยูเรนัสเป็นดาวที่คอยปกปักษ์รักษาอยู่ และมีเทพยูเรนัสเทพเจ้าแห่งความความรอบรูเป็นเทพผู้คอยพิทักษ์ คุณจึงได้รับอิทธิพลดังกล่าวนี้ ทำให้เป็นผู้ที่มีความคิดสร้างสรรค์ ชนิดที่ไม่มีใครจะคาดคิดได้ถึงและเป็นผู้มีความคิดแปลก ๆ ใหม่ ๆ ล้ำหน้าอยู่เสมอ
สิ่งนำโชคคือ ของใช้กระจุกกระจิก สีฟ้า เขียว และเหลือง อาหารนำโชคคือ สลัดผัก เลข 5 อักษร E,W สถานี เป้ที่เป็นทรงกระเป๋าเอกสาร แหวนอัญมณี สีดำ และกระโปรงยีนส์

ราศีมีน
ดาวที่คอยปกป้องดูแราศีมีนคือดาวเนปจูน มีเทพผู้พิทักษ์ซึ่งมีอิทธิพลทำให้ชาวมีนเป็นผู้ที่เร้นลับ ในขณะเดียวกันก็ทรงพลังอำนาจ ไวต่อความรู้สึกและรับรู้กระแสจิตวิญญาณได้ดี สิ่งนำโชคคือ ของใช้กระจุกกระจิกสีน้ำเงิน ขาว และสีอ่อน ๆ องุ่น จะทำให้สุขภาพของคุณดีอยู่เสมอ เลข 6 อักษร F,O น้ำผลไม้สด สวนดอกไม้ โบว์ หรือริบบิ้นภาพถ่ายของสุภาพบุรุษ หมอนเป็นสี ๆ และเสื้อกันหนาวลายดอกไม้





Look For A Star - Garry Miles




When life doesn't seem worth the living
and you don't really care who you are
when you feel there is no one beside you
look for a star

when you know you're alone and so lonely
and your friends have traveled afar
there is someone waiting to guide you
look for a star

oh everyone has a lucky star
that shines in the sky up above
if you wish on a lucky star
you're sure to find someone to love

a rich man , a poor man, a beggar
no matter whoever you are
there's a friend who's waiting to guide you
look for a star

(instrumental segment)

a rich man, a poor man, a beggar
no matter whoever you are
there's a friend who's waiting to guide you
look for a star



เมื่อชีวาไม่คุ้มจะมีชีวิต
ไม่แคร์แล้วว่าจะเป็นใคร
รู้สึกเหมือนไม่มีใครอยู่เคียงข้าง
เมื่อนั้นจงมองหาดาวสักดวง

เมื่อรู้สึกว่าโดดเดี่ยวและเดียวดายเหลือเกิน
เพื่อนฝูงเที่ยวไปแสนไกล
แต่ก็ยังมีบางคนคอยจะช่วยนำทาง
จงมองหาดวงดาวสักดวง

ใครๆ ก็ต้องมีดาวนำโชคกันทั้งนั้น
ดาวนำโชคที่จะส่องสว่างอยู่บนฟ้าไกลโพ้น
หากอธิษฐานกับดาวนั้น
ก็จะได้พบใครสักคนให้รักแน่นอน

คนมั่งมี ยากจน หรือยาจก
ไม่ว่าจะเป็นใครก็ตาม
ก็ต้องมีคนคอยช่วยนำทางอยู่แล้ว
จงมองหาดวงดาวนั้นเถิด



คนมั่งมี ยากจน หรือยาจก
ไม่ว่าจะเป็นใครก็ตาม
ก็ต้องมีคนคอยช่วยนำทางอยู่แล้ว
จงมองหาดวงดาวนั้นเถิด




Look For A Star - Garry Miles Look For A Star - Garry Miles Look For A Star - Garry Miles

Why Do I love You So - Johnny Tillotson

Why Do I love You So - Johnny Tillotson


คนไทยในยุค 60 ที่หัดเล่นกีตาร์ คงจะไม่ปฏิเสธว่า เพลง Why Do I Love You So คือเพลงแรก ๆ ที่ใช้หัดเล่นกีตาร์กัน เขาเป็นนักร้องที่คนไทยรู้จักมากที่สุดคนหนึ่ง มีเพลงของนักร้องผู้นี้ถูกเปิดออกอากาศอยู่บ่อย ๆ ผลงานเพลงนี้เป็นของจอห์นนี่ ทิลลอตสัน

Johnny Tillotson หรือ John Tillotson นักร้องและ
นักแต่งเพลงชาวอเมริกัน เกิดเมื่อ 20 เมษายน 1939 ที่ เมืองแจ้คสันวิล
รัฐฟลอริดา เขาอัดแผ่นเสียงและเล่นละครเวทีตั้งแต่สมัยยังเรียนมัธยม, พอเรียนมหาวิทยาลัยที่ University of Florida, ก็มีรายการ
วาไรตี้โชว์ ทางสถานีโทรทัศน์เป็นของตัวเอง

ด้านการศึกษาเขามีดีกรีปริญญาตรีวารสารศาตร์จากมหาวิทยาลัย เมื่อปี1959 และมีกิจการห้องอัดแผ่นเสียง Cadence Records
เป็นของตนเองแล้วจึงย้ายไปอยู่ที่กรุงนิวยอร์ค

ปี 1960, เขาอัดแผ่นครั้งแรกชื่ออัลบั้ม"Poetry in Motion"ขึ้นถึงอันดับ 2 The Billboard Hot 100 pop music charts ในอเมริกา และอันดับ 1 UK Singles Chart. ในอังกฤษ

แนวเพลงของTillotson ประสบความสำเร็จทั้ง country music charts และ pop charts. ได้รับการเสนอชื่อเข้ารับรางวัล Grammy Award ในฐานะนักร้องยอดเยี่ยมในปี 1965.
และยังมีผลงานเพลงประกอบภาพยนตร์และโทรทัศน์ด้วย

40 ปีในวงการเพลง ซิงเกิลของเขาขึ้นชาร์ทบิลบอร์ดมากถึง 26 เพลง ดังไปทั่วทั้งในอเมริกาและในหลายๆประเทศ ด้วยบทเพลงรักอมตะ
แสนหวาน เช่น Dreamy Eyes , Why Do I Love You So, Cutie Pie, Princess Princess , Judy Judy Judy , Without You , Poetry in Motion , Send Me the Pillow You Dream On
เคยมาเปิดการแสดงที่เมืองไทยเมื่อ 20 ปีที่แล้วที่ดุสิตธานี และครั้งล่าสุดเมื่อเดือนธันวาคม 2548 ชื่อคอนเสิร์ต A Romantic Evening With Johnny Tillotson ณ ห้องวิภาวดีบอลรูม โรงแรมโซฟิเทล เซ็นทรัลพลาซ่า(ลาดพร้าว) ท่ามกลางแฟนเพลงคนไทยยุค 60 ที่ร่วมเข้าชมและร่วมร้องคลอตามกันอย่างมีความสุขกระหึ่มห้อง





Why Do I love You So - Johnny Tillotson




Oooo - Oooo - Oooo - Oooo.......

My darlin' I have often thought of things we used to do,
And now I sit and wonder why you're gone and left me blue,
You said you'd never leave me, you said you'd never go,

Oh my darlin', why do I love you so?
Oh my darlin', why do I love you so?

Oooo - Oooo - Oooo - Oooo.......

Is it because you stroked my hair when you were by my side?
Or is it because of the tears you cried when your little puppy died?
You said you'd never leave me, you said you'd never go,

Oh my darlin', why do I love you so?
Oh my darlin', why do I love you so?

Oooo - Oooo - Oooo - Oooo.......




Why Do I love You So - Johnny Tillotson Why Do I love You So - Johnny Tillotson Why Do I love You So - Johnny Tillotson

Nothing's Gonna Change My Love For You - George Benson

Nothing's Gonna Change My Love For You - George Benson


ถ้าหากฉันต้องมีชีวิตโดยปราศจากเธออยู่ข้างกายแล้วล่ะก็ ทุกๆ วันคงจะมีแต่ความว่างเปล่า ทุกค่ำคืนก็ดูจะยาวนาน ฉันอาจจะเคยมีความรักมาก่อนแต่กลับไม่เคยรู้สึกมั่นใจในรักมากมายเท่านี้ โปรดจับมือฉัน กอดฉันเอาไว้...ฉันไม่ต้องการจะอยู่ โดยปราศจากเธอ *จะไม่มีสิ่งใดมาเปลี่ยนความรักของฉันที่มีต่อเธอได้ เธอน่าจะรู้ว่าฉันรักเธอมากแคใหน

Nothing's Gonna Change My Love For You ตันฉบับดั้งเดิมร้องโดย George Benson เมื่อปี 1984 ในอัลบั้ม 20/20. เขาเกิดเมื่อวันที่ 22 มีนาคม 1943 ที่พิตสเบอร์ก เพนซิลวาเนีย เป็นทั้งนักร้องเพลงแจส ชื่อก้องโลกชาว อเมริกัน และเป็นมือกีตาร์แจสที่ทุกคนรู้จักตั้งแต่อายุ 21 หลังจากได้บันทึกแผ่น

แต่อย่างไรก็ตาม ใครๆรู้จักเขาทั้งกลุ่มที่ชื่นชอบเพลงป้อป ทั้งแฟนเพลง R&B เพลงดังๆของเขามีหลายเพลงรวมทั้งเพลงนี้ Nothing's gonna change my love "ไม่มีสิ่งใด ที่จะเปลี่ยนแปลงความรักของฉันที่มีต่อเธอได้" เพลงนี้ขึ้นสู่อันดับ 1 ของประเทศอังกฤษ นานติดต่อกัน 4 สัปดาห์ เมื่อวันที่ 9 -30 กรกฎาคม 2531


George Benson มีพรสวรรค์ในการร้องเพลงจนเป็นที่รู้กันทั่วทุกสารทิศนอกเหนือไปจากฝีมือการเล่นกีตาร์ที่แผดเผาในทุกๆ แผ่นเสียงของค่ายเพลงที่เขาเคยทำงานด้วย ทั้ง เพรสทีจ, บลูโน้ต, ซีทีไอ, เอแอนด์เอ็ม, โคลัมเบีย และวอร์เนอร์ในช่วงเริ่มอาชีพใหม่ๆ

ตอนอายุได้เจ็ดปี เขาเอากีตาร์ของพ่อมาแอบเล่นทั้งๆ ที่ถูกห้าม จนพ่อของเขาต้องซื้อกีตาร์ตัวใหม่มาให้ ด้วยเวลาที่ไม่นานนักเขาก็เริ่มมั่นใจที่จะเล่นในงานเลี้ยงสังสรรค์และในโบสถ์แลกเงินไม่กี่ดอลลาร์ แล้วข่าวก็ลือไปปากต่อปากตอนที่เขาอายุ 19 ไปเข้าหู"บราเธอร์แจ็ก แม็กดัฟ" ว่ามีเด็กวัยรุ่นในพิตต์สเบิร์กเล่นกีตาร์เก่งมาก จนทุกคนที่ได้ฟังบอกว่าเขาร้องเพลงผ่านสายกีตาร์ ไม่นานจากนั้นเขาก็เริ่มร้องเพลงผ่านเสียงร้องจริงๆ เหมือนกัน

จอร์จ เบนสันพากีตาร์คู่ใจของเขาเดินทางท่องไปจากเมืองหนึ่งสู่อีกเมืองหนึ่ง เขาได้ขยายโลกของดนตรีแจ๊สทั้งด้วยเสียงร้องและเสียงกีตาร์ของเขาเอง ทั้งร้องทั้งเล่นไปทั่วทุกคลับที่นักดนตรีผิวสีอย่างเขาจะเข้าไปเล่นได้ จากการเปิดการแสดงหลากหลายระดับตั้งแต่พื้นบ้านยันไฮโซ

ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาสี่สิบปี ตอนนี้จอร์จเริ่มตั้งเป้าไปสู่เทศกาลดนตรีต่างๆ ทั่วโลก ไม่ว่าจะเป็นเทศกาลริมหาดอย่างนิวพอร์ตจนถึงนอร์ธ ซี, อัมเบรีย, มงเทรอซ์และโตรอนโต จากฟรอนต์รูมในโรงแรมจนถึงฮอลลีวู้ด โบว์ลไปสู่วิลเฟรด เปลติเยร์ คอนเสิร์ต ฮอล

จอร์จมีลักษณะที่เป็นมิตร น่าสนใจในการดึงดูดผู้ชม แล้วก็สร้างชื่อให้กับตัวเองในทางนี้ด้วยฝีมือการเล่นกีตาร์แบบมืออาชีพ ขอบเขตความเป็นนักดนตรีของเขานั้นกว้างใหญ่และเต็มไปด้วยจังหวะและเสียงเพลง บ่งชี้ถึงความเป็นนักกีตาร์และนักแต่งเพลงที่น่าชื่นชม จนเปรียบเสมือนฑูตแห่งเสียงเพลงและนักกีตาร์ที่ยิ่งใหญ่คนหนึ่งแห่งโลกของแจ๊ส





Nothing's Gonna Change My Love For You - George Benson




Nothing's gonna change my love for you
ไม่มีอะไรจะมาเปลี่ยนความรักของผม ที่มีให้กับคุณได้เลย

If I had to live my life without you near me
The days would all be empty
The nights would seem so long
หากว่าผมจะต้องมีชิวิตอยู่โดยไม่มีคุณอยู่ใกล้ๆ
วันทั้งวันของผมก็คงจะมีแต่ความว่างเปล่า
ยามค่ำคืนก็คงจะผ่านไปอย่างเชื่องช้าเหลือเกิน

And with you I see forever oh so clearly
I might have been in love before
But it never felt this strong
ชีวิตที่มีคุณอยู่ข้างข้าง ผมสามารถมองเห็นได้ถึงความเป็นนิรันดร์
ผมอาจจะเคยมีความรักมาก่อน
แต่ไม่เคยมีครั้งไหนทียิ่งใหญ่
(เท่ากับความรักที่ผมมีให้คุณ)

Our dreams are young and we both know
They'll take us where we want to go
ความฝันของเรามันเพิ่งจะเติบโตขึ้น และเราสองต่างก็เข้าใจ
ความฝันเหล่านั้น จะนำพาเราไปยังที่ที่เราต้องการจะไป

Hold me now, touch me now
I don't want to live without you
กอดผมไว้สิ สัมผัสผม (ที่รัก) ผมไม่ต้องการอยู่โดยไม่มีคุณ

Nothing's gonna change my love for you
You ought to know by now how much I love you
ไม่มีอะไรจะมาเปลี่ยนความรักที่ผมมีให้แก่คุณได้เลย
ตอนนี้คุณคงจะรู้แล้ว ว่าผมรักคุณมากแค่ไหน

One thing you can be sure of
I'll never ask for more than your love
คุณสามารถแน่ใจได้เลยว่า ผมไม่ต้องการอะไรมากไปกว่าความรักของคุณ

Nothing's gonna change my love for you
You ought to know by now how much I love you
ไม่มีสิ่งใดจะมาเปลี่ยนความรักของผมที่มีให้แก่คุณไปได้
คุณควรแน่ใจได้ว่าผมรักคุณมากแค่ไหน

You'll only change my whole life through
Nothing's gonna change my love for you
แม้คืนวันผันผ่านชีวิตของผมให้ล่วงเลยไป
แต่จะไม่มีสิ่งใดที่พรากคุณไปจากใจผมได้เลย (ฮิ้วววว
)

If the road ahead is not so easy
Our love will lead a way for us
Like a guiding star
หาเราต้องพบเจอหนทางที่ไม่ราบรื่น
ความรักของเราจะคอยช่วยนำทาง
ราวกับดวงดาวที่ช่วยบอกทาง

I'll be there for you if you should need me
You don't have to change a thing
I love you just the way you are
ผมจะอยู่ตรงนี้ ตราบเท่าที่คุณต้องการ
คุณไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนแปลงสิ่งใด
เพราะผมรักคุณอย่างที่คุณเป็น

So come with me and share the view
I'll help you see forever too
มากับผมสิ มาร่วมพบเห็นในสิ่งเดียวกัน
ผมจะทำให้คุณพบเห็นความเป็นนิรันดร์ (อย่างที่ผมได้เห็น)

Hold me now, touch me now
I don't want to live without you
กอดผมสิ สัมผัสผมไว้
ผมไม่ต้องการอยู่โดยไม่มีคุณ.....





Nothing's Gonna Change My Love For You - George Benson Nothing's Gonna Change My Love For You - George Benson Nothing's Gonna Change My Love For You - George Benson

วันพุธที่ 7 กันยายน พ.ศ. 2554

way back into love By Hugh Grant and Haley Bennet

way back into love By Hugh Grant and Haley Bennett


เพลงจากซาวด์แทรกซ์ภาพยนตร์เรื่อง Music and Lyrics สี่ห้องใจนี้ มีแต่เสียงเธอ, หนังรักโรแมนติดในแนว
คอมเมดี้ เข้าฉายเมื่อวันวาเลนไทน์ที่ผ่านมานี้เอง เป็นบทเพลงที่แสนไพเราะ บรรยายถึงเรื่องราวความรักของหนุ่มสาวคู่หนึ่งได้อย่างหมดจดยิ่งนักจากผลงานการประพันธ์คำร้องและดนตรีโดย Adam Schlesinger ออกวางจำหน่ายเมื่อ 13 กุมภา 2007 ภายใต้สังกัด ATLANTIC / WEA




way back into love By Hugh Grant and Haley Bennett




I've been living with a shadow overhead
ฉันอาศัยอยู่กับเงา

I've been sleeping with a cloud above my bed
ฉันหลับไปพร้อมกับปัญหาที่ลอยอยู่บนเตียงของฉัน

I've been lonely for so long
ฉันอาศัยอย่างเดียวดายมานานเกินไปแล้ว

Trapped in the past, I just can't seem to move on
อยู่ติดกับอดีต ดูเหมือนว่า ฉันไม่สามารถที่จะเคลื่อนย้ายมันไปได้

I've been hiding all my hopes and dreams away
ฉันซ่อนความหวังและความฝันทุกๆอย่างให้หมดไป

Just in case I ever need em again someday
ในกรณีนี้ บางวัน ฉันต้องการพวกมันอีกครั้ง

I've been setting aside time
ฉันตั้งเวลาสำรองไว้เรียบร้อยแล้ว

To clear a little space in the corners of my mind
เพื่อที่จะเคลียร์พื่นที่เล็กๆในเสี้ยวหัวใจของฉัน

All I want to do is find a way back into love
ทั้งหมดที่ฉันต้องการคือหาทางที่จะเข้าไปในหัวใจให้ย้อนกลับมา

I can't make it through without a way back into love
ฉันไม่สามารถทำมันได้ เมื่อปราศจากทางที่จะเข้าไปในหัวใจให้ย้อนกลับมา

Oh oh oh
โอ โอ โอ้

I've been watching but the stars refuse to shine
ฉันนั่งเฝ้ามองดูแต่พวกดวงดาวก็ไม่ส่องแสงซักที

I've been searching but I just don't see the signs
ฉันค้นหาแต่ฉันก็มองไม่เห็นร่องรอยอะไรเลย

I know that it's out there
ฉันรู้ มันหายไปจากที่นี่แล้ว

There's got to be something for my soul somewhere
มันจะมีอะไรซักอย่างเกิดขึ้นสำหรับจิตวิญญาณของฉัน

I've been looking for someone to shed some light
ฉันมองหาใครบางคนที่จะให้แสงสว่างกับฉัน

Not somebody just to get me through the night
ไม่ใช่ใครบางคนที่แค่พาฉันผ่านคืนหนึ่งๆไป

I could use some direction
คนที่ฉันสามารถใช้คำสั่งบางอย่างได้

And I'm open to your suggestions
และฉันจะเปิดรับข้อเสนอของคนนั้น

All I want to do is find a way back into love
ทั้งหมดที่ฉันต้องการคือหาทางที่จะเข้าไปในหัวใจให้ย้อนกลับมา

I can't make it through without a way back into love
ฉันไม่สามารถทำมันได้ เมื่อปราศจากทางที่จะเข้าไปในหัวใจให้ย้อนกลับมา

And if I open my heart again
และถ้าฉันเปิดใจอีกครั้ง

I guess I'm hoping you'll be there for me in the end
ฉันคิดว่า ฉันหว้งว่าคุณจะอยู่ที่นั่นสำหรับฉันในที่สุด

oh, oh, oh, oh, oh
โอ โอ โอ โอ โอ โอ้

There are moments when I don't know if it's real
นั่นคือชั่วขณะที่ฉันไม่รู้ว่ามันเป็นความจริงรึเปล่า

Or if anybody feels the way I feel
หรือทุกๆคนก็รู้สึกเหมือนฉัน

I need inspiration
ฉันต้องการแรงบันดาลใจ

Not just another negotiation
ไม่ใช่แค่การเจรจาต่อรอง

All I want to do is find a way back into love
ทั้งหมดที่ฉันต้องการคือหาทางที่จะเข้าไปในหัวใจให้ย้อนกลับมา

I can't make it through without a way back into love
ฉันไม่สามารถทำมันได้ เมื่อปราศจากทางที่จะเข้าไปในหัวใจให้ย้อนกลับมา

And if I open my heart to you
และถ้าฉันเปิดใจสำหรับคุณ

I'm hoping you'll show me what to do
ฉันหวังว่า คุณจะแสดงให้ฉันเห็นว่าควรทำยังไง

And if you help me to start again
และถ้าคุณช่วยฉันในเริ่มต้นใหม่อีกครั้ง

You know that I'll be there for you in the end
ในที่สุด คุณก็จะรู้ว่าฉันอยู่ที่นั่นสำหรับคุณ

oh, oh, oh, oh, oh
โอ โอ โอ โอ โอ้




way back into love By Hugh Grant and Haley Bennett way back into love By Hugh Grant and Haley Bennett

Evergreen Tree - Cliff Richard And The Shadows

Evergreen Tree - Cliff Richard And The Shadows


สนเป็นไม้ใบที่ให้สีสันในฤดหนาว ยามที่โลกมีการเปลี่ยนแปลง สภาพอากาศที่หนาวจัดจนถึงหิมะตกในบางฤดูของยุโรป พืชชนิดอื่นๆเปลี่ยนสีใบเป็นน้ำตาลและรอการผลัดใบ หรืออาจจะโพลนไปด้วยสีขาวของหิมะที่ปกคลุมต้นที่ผลัดใบทิ้งไปแล้ว แต่สนก็ยังคงมีใบสีเขียวตลอดปี ยังคงยืนสู้ลมฟ้าอากาศได้ทุกฤดูกาล สนจึงถูกจัดเป็นพืชที่ไม่ผลัดใบ บางครั้งจึงถูกเรียกว่า Evergreen Tree และด้วยความมั่นคงนี้เองจึงมีผู้นำไปเปรียบกับความรัก

ดังเช่นเพลงนี้ซึ่งครั้งหนึ่งเคยได้รับความนิยมมาก เมื่อปลายปี 1959 ถึงต้นปี 1960 ก่อนที่จะถึงยุคของ เดอะ บีตเติล หรือที่คนไทยเรียกกันว่ายุค 60's สมัยนั้นไม่มีใครไม่รู้จัก คลิฟ ริชาร์ท นักร้องเพลงป้อป ชาวอังกฤษ.

เพลง Evergreen Tree อยู่ในอัลบั้มที่ 2 ของเขา ชื่อ Me and My Shadows ออกวางจำหน่ายเมื่อเดือนตุลาคม 1960 จัดว่าเป็นเพลงที่ดีที่สุดของอัลบั้มชุดนี้ และจากผลงานการร้องเพลงจึงได้รับแต่งตั้งให้เทียบชั้นอัศวิน นับเป็นศิลปินคนแรกที่ได้รับตำแหน่งท่านเซอร์ เป็น Sir Cliff เมื่อ 25 ตุลาคม 1995

เพลงนี้ ได้นำต้นสนมาเปรียบเทียบ เป็นเพราะเขาอยากมีรักที่มั่นคง เหมือนต้นสนที่คงความเขียวตลอดปีนั่นเอง





Evergreen Tree - Cliff Richard And The Shadows




..Oh darling..will our love be like an evergreen tree
Stay..ever green and young..as the seasons go
Your kisses..could make love grow like an evergreen tree
Bloom..in the summers sun..and the winters snow

..On every branch will blossom..dreams for me and you
Our tree of love will stay ever green if our hearts stay ever true

..Oh darling..I love you so dont you know that Ill be
True..til the leaves turn blue..on the evergreen tree

..On every branch will blossom..dreams for me and you
Our tree of love will stay..ever green if our hearts stay ever true

..Oh darling..I love you so dont you know that Ill be
True..til the leaves turn blue on the evergreen tree
On the evergreen tree..on the evergreen tree
..On the evergreen tree..on the evergreen tree

โอ...ที่รัก ความรักเรา
จะเหมือนกับสนเอเวอร์กรีนไหม ?
ที่ยังคงความเขียวสดและอ่อนเยาว์อยู่เสมอ
แม้ฤดูกาลจะผันผ่าน

จูบของเธอ สามารถทำรักเติบโต
เหมือนสนเอเวอร์กรีน
เบ่งบานภายใต้ดวงอาทิตย์ในฤดูร้อน
และหิมะของฤดูหนาว

ในทุกๆกิ่งจะเบ่งบาน
ความฝันสำหรับฉันและเธอ
ฉันรังสรรค์ความรักที่ยังคงสดใส
เพราะหัวใจคงความจริงเสมอมา

โอ......ที่รัก ฉันรักเธอมาก
รู้ไหมว่าฉันหมายความว่าอย่างไร
จนกว่าใบของต้นเอเวอร์กรีน
จะเปลี่ยนเป็นหม่นหมอง




Evergreen Tree - Cliff Richard And The Shadows Evergreen Tree - Cliff Richard And The Shadows Evergreen Tree - Cliff Richard And The Shadows

Cotton Fields - Creedence Clearwater Revival

Cotton Fields - Creedence Clearwater Revival


ยุคที่คนไทยคลั่งใคล้เพลงนี้เป็นผลงานของ Creedence Clearwater Revival ซึ่งนำไปบันทึกใหม่เมื่อปี 1969 เนื้อหาของเพลงนี้เขาเล่าถึงชีวิตวัยเยาว์ที่ขลุกตัวอยู่กับแม่ในไร่ฝ้ายที่ Louisiana, ซึ่งไม่ใกล้ไม่ไกลจาก Texarkana. นัก และเมื่อยามดอกฝ้ายบานเต็มทุ่ง ทุกๆคนก็เก็บเล่นได้ด้วย ซึ่งในเพลงนี้มีประเด็นที่มีการพุดคุยกันในเว็บบอร์ดของฝรั่งเรื่องเนื้อหาของเพลงที่กล่าวถึงท้องทุ่งฝ้ายแห่งเมืองหลุยส์เซียน่า ว่าห่างจากเมืองแทกซาแคนน่าแค่ไมล์เดียว It was down in louisiana,Just about a mile from texarkana,แต่ความเป็นจริงแล้วมันเป็นไปไม่ได้เพราะเมือง Texarkana อยู่ห่างจากเมือง Louisiana ไกลถึง 30 ไมล์

เมื่อมองย้อนกลับไปที่อเมริกาในยุคนั้นอาชีพทำไร่ฝ้ายยังเป็นอาชีพหลักอย่างหนึ่งของคนอเมริกันในชนบท แม้ในปัจจุบันรอบนอกของทาวน์หลายๆเมืองยังเต็มไปด้วยไร่ฝ้าย ซึ่งปลูกมากกว่าพืชชนิดอื่นๆ ยามฤดูออกดอก ทั่วทั้งท้องทุ่งจะขาวสพรั่งไปด้วยดอกฝ้ายสวยสะอาดตา พอดอกแก่และมีลมแรงๆพัด ดอกฝ้ายก็จะปลิวตามแรงลม ดังนั้นวิถี ชีวิตเด็กชนบทที่เติบโตมากับทุ่งฝ้ายจะมีความสุขที่ได้ลงไปเล่นในทุ่งฝ้ายเหมือนเนื้อหาของเพลงๆนี้

อเมริกาในยุคก่อนและหลัง สงครามกลางเมือง( Civil War ) แม่น้ำ Mississippi เต็มไปด้วยเรือกลไฟ (steam-boat) ที่ใช้ขนส่ง Cotton จากท้องทุ่งชนบท ไปส่งแหล่งอุตสาหกรรมที่เป็นโรงงาน ล้างและแยกเมล็ดฝ้ายออกจากใยฝ้าย ผ้ายีนส์ไม่ว่าเสื้อหรือกางเกงล้วนแต่เป็นผลผลิตจาก "Cotton" ดังนั้นฝ้ายจึงเป็นต้นกำเนิดยีนส์นั่นเอง





Cotton Fields - Creedence Clearwater Revival




When I was a little bitty baby
ตอนที่ฉันยังเป็นเด็กเล็ก ๆ อยู่นั้น
My mama would rock me in the cradle,
แม่ฉันได้แกว่งไกวเปลให้ฉัน
In them old cotton fields back home;
ในไร่ฝ้ายเก่าแก่อยู่ที่หลังบ้าน

It was down in Louisiana,
ซึ่งอยู่ที่หลุยเซียน่า
Just about a mile from Texarkana,
ห่างประมาณ 1 ไมล์จากเท็คซาแคนน่า
In them old cotton fields back home.
ในไร่ฝ้ายเก่าแก่ซึ่งอยู่หลังบ้าน

Oh, when them cotton bolls get rotten
โอ, เมื่อฝักของฝ้ายเกิดเน่าขึ้นมา
You can’t pick very much cotton,
คุณก็ไม่อาจที่จะเก็บฝ้ายได้มาก
In them old cotton fields back home.
ในไร่ฝ้ายเก่าแก่ซึ่งอยู่หลังบ้าน

It was down in louisiana,
Just about a mile from texarkana,
In them old cotton fields back home.

When I was a little bitty baby
My mama would rock me in the cradle,
In them old cotton fields back home;

It was down in louisiana,
Just about a mile from texarkana,
In them old cotton fields back home.

Oh, when them cotton bolls get rotten
You can’t pick very much cotton,
In them old cotton fields back home.

It was down in louisiana,
Just about a mile from texarkana,
In them old cotton fields back home.

When I was a little bitty baby
My mama would rock me in the cradle,
In them old cotton fields back home;

It was down in louisiana,
Just about a mile from texarkana,
In them old cotton fields back home.




Cotton Fields - Creedence Clearwater Revival Cotton Fields - Creedence Clearwater Revival Cotton Fields - Creedence Clearwater Revival


Eternal Flame - The Bangles


เพลงดั้งเดิมเป็นของวงThe Bangles. ซึ่งความหมายของ Eternal flame คือเปลวไฟที่ไม่มีวันดับ ทำให้เกิดการลุกไหม้ซึ่งจะขึ้นอยู่กับวัตถุที่ติดไฟนั้นๆว่าจะเป็นเชื้อเพลิง ประเภทไหน เช่น ไม้ น้ำมัน กาซ

Eternal flames มักถูกใช้เป็นสัญญลักษณ์เพื่อความทรงจำแด่บุคคลผู้มีความสำคัญระดับชาติหรือกลุ่มผู้กล้าหรือบุคคลชั้นสูงที่ควรได้รับการยกย่อง

The eternal flame เป็นอนุสรณ์แก่ประธานาธิบดีเคนเนดี้ของสหรัฐอเมริกาในปี 1963 ซึ่งเป็นครั้งแรกในโลกที่มอบให้เป็นบำเหน็จ โดยตรงแก่บุคคลในวาระที่ได้จากไป




Eternal Flame - The Bangles





Close your eyes
ปิดตาของคุณ
Give me your hand darling
แล้วส่งมือมาให้ฉันซิ่ ที่รัก
Do you feel my heart beat
รู้สึกถึงหัวใจของฉันที่สั่นไหวมั้ย
Do you understand
คุณเข้าใจรึเปล่า
Do you feel the same
รู้สึกเหมือนฉันมั้ย
Am I only dreaming
หรือว่าฉันฝันไป
Is this burning an eternal flame
หรือว่านี่มันคือเปลวไฟที่ลุกโชนไม่มีที่สิ้นสุด
I believe it's meant to be, darling
ฉันเชื่อ ในความหมายของมัน ที่รัก
I watch you when you're sleeping
ฉันเฝ้ามองคุณ ยามที่คุณหลับ
You belong with me
คุณเป็นของฉัน
Do you feel the same
คุณรู้สึกแบบฉันหรือเปล่า
Am I only dreaming
หรือฉันแค่ฝันไป
Or is this burning an eternal flame
หรือนี่คือเปลวไฟร้อนแรงที่กำลังเผาผลาญ
Say my name
เรียกชื่อฉันซิ่
Sunshine through the rain
แสงจะส่องผ่านสายฝน
My whole life so lonely
ฉันโดดเดี่ยวเปลี่ยวเหงามาทั้งชีวิต
Till you come and case my pain
จนกระทั่ง คุณก้าวเข้ามาลบความปวดร้าวของฉัน
I don't want to lose this feeling...oh...
ฉันไม่ต้องการสูญเสียความรู้สึกนี้ไป





Eternal Flame - Atomic Kitten


Eternal Flame - The Bangles Eternal Flame - The Bangles Eternal Flame - The Bangles


วันอังคารที่ 6 กันยายน พ.ศ. 2554

I will survive - Gloria Gaynor

I will survive - Gloria Gaynor


เนื้อหาของเพลงเล่าว่า เธอกลัวความผิดหวัง ในครั้งแรกๆเธอขวัญเสีย กลัวจะไม่มีเขาอยู่เคียงข้าง วันเวลาที่ผ่านมาทำให้เธอแข็งแกร่งขึ้น หลังจากเขาทิ้งเธอไปแล้ว เธอจึงได้เรียนรู้ที่จะยืนหยัดสู้โลกได้ด้วยตัวเอง ถึงเขาหวนกลับมาขอคืนดี เธอขอปฏิเสธ ไปซะเถอะฉันไม่ต้อนรับคุณอีกต่อไป ฉันเจ็บช้ำมามากแล้ว ยกเว้นฉันไว้คนเถอะ ต่อแต่นี้ไป ฉันขออยู่ด้วยตัวฉันเอง และขอเก็บความรักไว้มอบให้กับคนที่รักฉันจริงเท่านั้น

ด้วยเนื้อหาที่ให้กำลังใจตัวเอง มีความมุ่งมั่นเช่นนี้ คงเป็นข้อคิดได้ว่าแม้จะเกิดเหตุวิกฤตในชีวิต ก็พร้อมที่จะยืนหยัดสู้ไม่ถอย เคยอ่อนแอเท่าไรก็ต้องแข็งแกร่งมากขึ้นเท่านั้น ด้วยธรรมชาติของมนุษย์ส่วนใหญ่มักรักจริงหวังแต่งกับเพศตรงข้าม บรรดาเกย์ทั้งหลายจึงต้องพบกับความผิดหวังบ้างเป็นของธรรมดา กับท่วงทำนองที่สะใจและเสียงร้องอันทรงพลังของGloria Gaynor เพลงนี้จึงเป็นที่นิยมของชายไม่จริงหญิงไม่แท้ทั้งหลาย จนเรียกกันติดปากไปแล้วว่าเพลงนี้เป็นเพลงชาติเกย์

นานเท่าใดเนื้อหาของเพลงนี้ก็ยังคงเป็นเพลงร่วมสมัย ผับเกย์แทบทุกที่จะต้องใช้งาน Gloria Gaynor …The Queen Of Disco ทุกค่ำคืนเปิดตั้งแต่สมัยเป็นแผ่นเสียงจนเป็นไฟล์ดิจิตอล บางแห่งก็ใช้เป็นเพลงบวงสรวงก่อนตอนเริ่มต้น บางแห่งก็เปิดคืนล่ะ 2-3 รอบ แล้วแต่ลูกค้าจะขอหรือดีเจจะคึกเอง นับว่าเป็นเพลงที่ถูกเรียกใช้งานบ่อยที่สุด

ความนิยมของ I will survive แพร่หลายไปในแถบละตินอเมริกา Gloria Gaynor มีเพลงนี้ในเวอร์ชั่นภาษาสเปน และในเมืองไทยเองยังมีคนดัดแปลง I Will Survive ร้องในเวอร์ชั่นหมอลำด้วย





I will survive - Gloria Gaynor




I will survive - Gloria Gaynor

First I was afraid
แรก ๆ ฉันกลัวน๊ะ
I was petrified
และก็งงเหมือนถูกสาป
Kept thinking I could never live
คิดอยู่แต่เพียงว่าฉันจะไม่มีทางมีชีวิตอยู่ได้
without you by my side
หากไม่มีเธออยู่เคียงข้าง
But I spent so many nights
แต่ฉันใช้เวลาอยู่หลายคืน
thinking how you did me wrong
มาคิดดูว่า เธอทำผิดต่อฉันอย่างไร (เธอทำอะไรไม่ดีใส่ฉัน)
I grew strong
ฉันก็ค่อย ๆ แกร่งขึ้น
I learned how to carry on
ฉันเรียนรู้ที่จะเดินหน้าต่อไป
and so you're back
และแล้วเธอก็หวนกลับมา
from outer space
จากอีกซีกโลกหนึ่ง
I just walked in to find you here
ฉันเพียงแค่เดินเข้าไปแล้วกลับพบเธออยู่ที่นี่อีก
with that sad look upon your face
ใบหน้าเธอเศร้าหมองนัก
I should have changed my stupid lock
ฉันน่าจะเปลี่ยนกลอนกุญแจนั่นซะ (เธอจะได้ไม่ต้องเข้ามาอีก)
I should have made you leave your key
ฉันน่าจะให้เธอทิ้งกุญแจของเธอไว้ที่ฉันน๊ะ (จะได้ไม่มากวนใจฉันได้อีก)
If I had known for just one second
หากฉันรู้ในช่วงแวบนั้นว่า
you'd be back to bother me
เธอจะหวนกลับมากวนใจฉันอีก

Go on now go walk out the door
ไปไหนก็ไป ออกไปซะ (คงจะตัดใจได้แล้วกระมัง)
just turn around now
หันกลับไปซะเถอะ
'cause you're not welcome anymore
เพราะที่นี่ไม่ต้อนรับเธออีกแล้ว
weren't you the one who tried to hurt me with goodbye
เธอนั้นไ่ม่ใช่คนที่พยายามทำให้ฉันเจ็บปวดด้วยการกล่าวคำอำลาหรอกหรือ
you think I'd crumble
เธอคิดว่าชีวิตฉันจะต้องพังละซิ (โธ่เอ๊ย ไม่มีวันซะร๊อก)
you think I'd lay down and die
เธอคิดว่าฉันคงจะล้มลงและสิ้นลมปราณละซิ
Oh no, not I
ไม่มีทาง,ไม่ใช่ฉันแน่
I will survive
ฉันต้องอยู่
as long as i know how to love
ตราบเท่าที่ฉันรู้ว่าจะรักได้อย่างไรแล้ว
I know I will stay alive
ฉันรู้ว่า ฉันจะมีชีวิตอยู่ต่อไปได้
I've got all my life to live
ฉันมีชีวิตของฉันอีกทั้งชีวิตเพื่อจะอยู่ต่อไป
I've got all my love to give
และฉันก็มีความรักทั้งหมดที่จะให้คนอื่นด้วย
and I'll survive
และฉันจะต้องมีชีวิตรอดอยู่ต่อไป
I will survive
ฉันจะต้องอยู่ี


It took all the strength I had
ล้วนต้องใช้ความเข้มแข็งที่ฉันมี
not to fall apart
ที่จะไม่ให้หัวใจแตกสลาย
kept trying hard to mend
พยายามต่อไปอย่างหนักเพื่อซ่อมใจดวงนี้
the pieces of my broken heart
เศษชิ้นส่วนของหัวใจที่แตกสลายดวงนี้
and I spent oh so many nights
ซึ่งฉันต้องใช้เวลาอีกหลายคืนเหลือเกิน
just feeling sorry for myself
เพียงเพื่อจะมานั่งสมเพชตัวเอง
I used to cry
ฉันเคยร้องไห้
Now I hold my head up high
แต่ตอนนี้ฉันเดินอย่างภาคภูมิใจ
and you see me
และหากเธอมาเห็นฉันตอนนี้ล่ะก้อ (เธอจะหนาว)
somebody new
ฉันเป็นคนใหม่ไปแล้ว
I'm not that chained up little person
ฉันไม่ใช่คนที่ต้องถูกบังคับให้ทำอะไรที่ฉันไม่ต้องการ
still in love with you
ที่ยังรักเธอเหมือนเดิม (ไม่อีกแล้ว)
and so you felt like dropping in
และ ดังนั้นเธอก็รู้สึกเหมือนว่า อยากจะแวะเวียนมา
and just expect me to be free
และเพียงแค่หวังให้ฉันเป็นอิสระ (ก็คงต้องผิดหวังแล้ว)
now I'm saving all my loving
เพราะตอนนี้ ฉันกำลังเก็บรักทั้งหมด
for someone who's loving me
เพื่อที่จะรักใครสักคนที่กำลังรักฉันอยู่

Go on now go walk out the door
just turn around now
'cause you're not welcome anymore
weren't you the one who tried to hurt me with goodbye
you think I'd crumble
you think I'd lay down and die
Oh no, not I
I will survive
as long as i know how to love
I know I will stay alive
I've got all my life to live
I've got all my love to give
and I'll survive
I will survive

Go on now go walk out the door
just turn around now
'cause you're not welcome anymore
weren't you the one who tried to hurt me with goodbye
you think I'd crumble
you think I'd lay down and die
Oh no, not I
I will survive
as long as i know how to love
I know I will stay alive
I've got all my life to live
I've got all my love to give
and I'll survive
I will survive




I will survive - Gloria Gaynor I will survive - Gloria Gaynor I will survive - Gloria Gaynor

Que sera, sera - Doris Day

Que sera, sera - Doris Day


Whatever Will Be, Will Be เป็นเพลงประกอบหนังของ Alfred Hitchcock เรื่อง "The Man Who Knew Too Much" เข้าฉายในปี 1956 นำแสดงโดย Doris Day และ James Stewart. เป็นลิขสิทธิ์ของ Columbia Records ประพันธ์ดนตรีโดย Jay Livingston และประพันธ์เนื้อร้องโดย Ray Evans ซึ่งทั้งคู่นั้นมีผลงานเพลงประกอบภาพยนตร์ในหลายๆเรื่องกับสังกัดของ Paramount Pictures

ออกสู่ตลาดเพลงในปี 1956 ขึ้นถึงอันดับ Top 40 Hits ของนิตยสารบิลบอร์ด ชาร์ทครั้งแรกในเดือนกรกฎาคม 1956 และในปีนั้นได้รับรางวัลเพลงยอดเยี่ยม Academy Award for Best Original Song ในชื่อเพลง "Whatever Will Be, Will Be (Que Sera, Sera) ฮิตเป็นอันดับ 2 ของชาร์ตเพลงบิลบอร์ดที่อเมริกาและ อังกฤษ ระหว่างปี1968 -1973, และกลายเป็นเพลง The Biggest Hit และเป็นสัญญลักษณ์ขอ Doris Day ที่คนทั้งโลกรู้จัก ทั้งๆที่ในครั้งแรก Doris Day ปฎิเสธที่จะร้องเพลงนี้ โดยอ้างว่ามันเป็นเพลงของเด็กๆ

ก่อนจะมาใช้ชื่อเพลงนี้ Jay Livingston เปลี่ยนมาจาก ชื่อ "Che sera sera," เป็นข้อความที่เขาเคยเห็นจากในหนังเรื่อง The Barefoot Contessa. ซึ่งเป็นภาษาอิตาเลียน แต่ในอเมริกานั้นมีคนนิยมใช้ภาษาสเปนกันอย่างแพร่หลาย

Que será มีความหมายว่า "what will be"เพื่อความสละสลวยของภาษาจึงใช้ "whatever will be". แต่ในภาษาฝรั่งเศสใช้ว่า ce qui sera ภาษาอิตาเลียนเรียกว่า quello che sarà ส่วนโปรตุเกสเรียกว่า o que sera และในภาษาสเปน ใช้ lo que sera




รางวัล Oscar เริ่มมีการประกาศผลครั้งแรกในปี 1950 เป็นรางวัลที่มอบให้หนังที่ออกฉายในปีก่อนหน้านั้น คือตั้งแต่ปี 1949 วันที่ 27 มีนาคม 2500 มีการจัดงาน 2 ที่พร้อมกัน และเชื่อมโยงเป็นงานเดียวกันด้วย คือที่ NBC International Theatre โดยมี Bob Hope เป็นพิธีกร และที่ Celeste Holm มี Jerry Lewis เป็นพิธีกร ผลรางวัลเพลงยอดเยี่ยม Academy Award for Best Original Song เป็นของ Jay Livingston กับ Ray Evans ในเพลง "Whatever Will Be, Will Be (Que Sera, Sera)" จากหนังของ Alfred Hitchcock เรื่อง The Man Who Knew Too Much ที่เข้าฉายในปี 1956, นับเป็นออสการ์ตัวที่ 3 ของ Livingston and Evans, หลังจากที่เคยได้รับไปแล้วเมื่อปี 1948 และ 1950.

Que Sera, Sera ท่อนสร้อยของเพลงนี้ที่นางเอกในเรื่องใช้ร้องส่งสัญญาณถึงลูกชายที่ถูกจับอยู่ในบริเวณสถานที่กักกัน ได้กลายไปเป็นคำที่ใช้กันติดปากในหลายๆประเทศ หมายถึงอะไรจะเกิดมันก็เกิด หรือเป็นไงเป็นกัน

อะไรจะเกิดมันก็ต้องเกิด ฟังดูอาจจะรู้สึกทำให้เป็นคนเฉื่อยชา ไม่กระตือรือร้นดิ้นรนไขว่คว้า แต่ในการสื่อความหมายของบทเพลงนี้ บอกให้เรามีความสุขอย่างพอเพียงกับสิ่งที่เรามีในปัจจุบัน เพราะอนาคตนั้น มันยังมาไม่ถึง ฉะนั้นอะไรจะเกิดก็ต้องเกิด Que Sera, Sera.

What ever will be will be หรือ Que sera sera เพลงนี้เคยมีผู้กำกับนำไปใช้ประกอบหนังไทยเรื่อง เพชรพระอุมา โดยปรากฏอยู่ในตอนที่ 85 “จอมผีดิบมันตรัย “ เล่มที่ 3 (ตอนที่สามของเพชรพระอุมา มี 4 เล่ม) เมื่อไชยยันต์และมาเรียได้เข้าไปในถ้ำ หลังจากนั้นจึงพบกับหินเสือดำหรืออีกนัยหนึ่งคือ อีกร่างหนึ่งของมันตรัย ระหว่างที่ทั้งสองกำลังสำรวจถ้ำนั้นมาเรียก็ได้ร้องเพลงนี้ขึ้น ท่อนหนี่งจากเพลงนั้นที่ปรากฏในเพชรพระอุมาคือ "When I was just a little girl … I ask my mother what will I be Will I be pritty? Will I berich ? This was she answered me…. Que zera zera What ever will be will be

จนเมื่อหนังออกฉายเพลงนี้จึงกลายเป็นเพลงยอดฮิตที่นำมาร้องทั้งเด็กและผู้ใหญ่ และยังเคยถูกนำไปใช้แปลเป็นเนื้อร้องอีกหลายภาษา และทำเป็นบทเรียนสอนภาษาอังกฤษแก่เด็กๆในหลายๆหลักสูตร รวมทั้งในบทเรียนของคนไทย

ได้รับความนิยมไปทั่วโลกมีหลายเวอร์ชั่นจากหลายนักร้อง เพลงนี้ขึ้นอันดับ 1 ในชาร์ทเพลงของหลายประเทศทั้งอังกฤษ อเมริกา เบลเยี่ยม โปรตุเกส ฝรั่งเศส แคนาดา ฮังการี ออสเตรเลีย ญี่ปุ่น เกาหลี เคยถูกนำมาเป็นเพลงประกอบในหนัง ในรายการโทรทัศน์ และถูกนำไปร้องก่อนการแข่งขันฟุตบอล FIFA World Cup ที่ประเทศเยอรมันในปี 2006 และออกคอนเสิร์ต ที่ สนามเวมบลีย์ในกรุงลอนดอนเมื่อปี 2007 หรือแม้กระทั่งนำไปตั้งเป็นชื่อเครื่องบินรบ C-47 Skytrain ของกองทัพเรืออเมริกัน

จนปัจจุบัน Que Sera, Sera ท่อนสร้อยของเพลงนี้ ได้กลายไปเป็นคำที่ใช้กันติดปากในหลายๆประเทศ หมายถึงอะไรจะเกิดมันก็เกิด หรือเป็นไงเป็นกัน




Que sera, sera - Doris Day




Que sera, sera - Doris Day


When I was just a little girl
เมื่อฉันยังเป็นเด็กตัวเล็ก ๆ
I asked my mother what will I be
ฉันได้ถามแม่ว่าฉันจะเป็นอะไร
Will I be pretty, will I be rich
หนูจะสวยไหม หนูจะรวยไหม
Here's what she said to me
แม่ก็บอกฉันว่า


*Que sera, sera
อะไรจะเกิดมันก็ต้องเกิด
Whatever will be, will be
อะไรจะเกิดมันก็ต้องเกิด
The future's not ours to see
เราไม่อาจมองเห็นอนาคตของเราได้
Que sera, sera
สิ่งใดจะเกิดมันก็ต้องเกิด
What will be, will be
อะไรจะเกิดมันก็ต้องเกิด

When I was just a child in school
เมื่อฉันเข้าโรงเรียน
I asked my teacher what should I try
ฉันถามครูว่า หนูจะเรียนอะไรดี
Should I paint pictures? Should I sing songs?
ขับร้องหรือวาดเขียน ควรจะเพียรเรียนทางไหนดี
Here was her wise reply
คุณครูท่านก็ฉลาดในการตอบ


*Que sera, sera
อะไรจะเกิดมันก็ต้องเกิด
Whatever will be, will be
อะไรจะเกิดมันก็ต้องเกิด
The future's not ours to see
เราไม่อาจมองเห็นอนาคตของเราได้
Que sera, sera
สิ่งใดจะเกิดมันก็ต้องเกิด
What will be, will be
อะไรจะเกิดมันก็ต้องเกิด


When I grew up and fell in love
เมื่อฉันโตขึ้นและมีความรัก
I asked my sweetheart what lies ahead
ฉันได้ถามที่รักของฉันว่าอนาคตของเราจะเป็นอย่างไร
Will we have rainbows day after day
เราจะมีความสุขด้วยกันตลอดไปไหม
Here's what my sweetheart said
สิ่งที่คนรักของฉันบอกก็คือ


*Que sera, sera
อะไรจะเกิดมันก็ต้องเกิด
Whatever will be, will be
อะไรจะเกิดมันก็ต้องเกิด
The future's not ours to see
เราไม่อาจมองเห็นอนาคตของเราได้
Que sera, sera
สิ่งใดจะเกิดมันก็ต้องเกิด
What will be, will be
อะไรจะเกิดมันก็ต้องเกิด


Now I have children of my own
ตอนนี้ฉันมีลูกเป็นของตัวเองแล้ว
They asked their mother what will I be
พวกเขาถามแม่ของเขาว่าโตขึ้นเขาจะเป็นอะไร
Will I be handsome, will I be rich
ผมจะหล่อไหม ผมจะรวยไหม
I tell them tenderly
ฉันก็ตอบพวกเขาอย่างอ่อนโยนว่า


*Que sera, sera
สิ่งใดจะเกิดมันก็ต้องเกิด
Whatever will be, will be
อะไรจะเกิดมันก็ต้องเกิด
The future's not ours to see
เราไม่อาจหยั่งรู้อนาคตได้
Que sera, sera
สิ่งใดจะเกิดมันก็ต้องเกิด
What will be, will be
อะไรจะเกิดมันก็ต้องเกิด




Whatever Will Be, Will Be Whatever Will Be, Will Be Whatever Will Be, Will Be

วันเสาร์ที่ 3 กันยายน พ.ศ. 2554

Today - The New Christy Minstrels

Today - The New Christy Minstrels

เป็นเพลงเพราะๆฟังสบายๆ เนื้อหาเกี่ยวกับความรักที่เพรียกหา กล่าวถึงความสวยงามของพรรณไม้ คนที่กำลังตกอยู่ในภวังค์รัก วันนี้ทุกสิ่งทุกอย่างช่างสวยงามสำหรับเขาเพราะมีเธอ ขอฝากเพลงนี้ไปถึงเธอ พรุ่งนี้ฉันคงไม่รอ จากฤดูหนาวจะให้รอไปถึงฤดใบไม้ผลิ คงรอไม่ไหวแล้ว ขอลืมทุกสิ่งทุกอย่างในวันพรุ่งนี้ และขอให้วันนี้เป็นวันของฉัน

The New Christy Minstrels กลุ่มนักดนตรีโฟล์คซองชาวเมริกัน เริ่มมีชื่อเสียงตั้งแต่ปี 1960 โดยมีเพลงติดอันดับในTop 40 folk music hits, หลายเพลง และToday เป็นเพลงจากซาวด์แทร็กซ์หนังเรื่อง"Advance to the Rear" และขึ้นสู่อันดับที่ 17 ในปี 1964





Today - New Christy Minstrels



Today, while the blossoms still cling to the vine
I’ll taste your strawberries, I’ll drink your sweet wine
A million tomorrows shall all pass away
ere I forget all the joy that is mine, today
I’ll be a dandy, and I’ll be a rover
You’ll know who I am by the songs that I sing
I’ll feast at your table, I’ll sleep in your clover
Who cares what the morrow shall bring
Today, while the blossoms still cling to the vine
I’ll taste your strawberries, I’ll drink your sweet wine
A million tomorrows shall all pass away
ere I forget all the joy that is mine, today
I can’t be contented with yesterday’s glory
I can’t live on promises winter to spring
Today is my moment, now is my story
I’ll laugh and I’ll cry and I’ll sing
Today, while the blossoms still cling to the vine
I’ll taste your strawberries, I’ll drink your sweet wine
A million tomorrows shall all pass away
ere I forget all the joy that is mine, today
Today, while the blossoms still cling to the vine
I’ll taste your strawberries, I’ll drink your sweet wine
A million tomorrows shall all pass away
ere I forget all the joy that is mine, today




John Denver - Today



Today - Bobby Goldsboro



Today - Catherine McKinnon


Today Today Today Today Today

Sweetheart Tree - Natalie Wood

Sweetheart Tree - Natalie Wood


ประมาณมีนาคม พ.ศ. 2509 มีภาพยนต์ฟอร์มใหญ่ เข้าฉายที่โรงภาพยนต์เฉลิมไทย (ซึ่งเป็นอดีตไปแล้ว) ชื่อ The Great Race มี ดารานำคือ Jack Lemmon Natalie Wood และTony Curtis เป็นภาพยนต์ตลกร้ายที่ลงทุนสูง ของการแข่งรถยนต์ข้ามทวีป จากนิวยอร์ค ไปสู่กรุงปารีส โดยเดินทางเข้าทวีปเอเซีย ผ่านทางอะลาสกา ภาพยนต์เรื่องนี้ มีเพลงสั้นๆเพลงหนึ่ง ที่ฟังแล้วรู้สึกไพเราะจับใจ มันเป็นเพลงรักชื่อ Sweetheart Tree ผู้ประพันธ์เพลงคือ เฮนรี แมนซินี นักแต่งเพลงชื่อดัง ผู้สร้างผลงานดังๆมากมาย อาทิ Baby Elephant Walk (จากภาพยนต์เรื่องฮาตาริ), Moon River, Days of Wine and Roses, Charade

เพลงนี้เคยฮิตมากในบ้านเราสมัยที่นักร้องสาวชาวฟิลิปปินส์ วีจี นำมาร้องในแนวของเพลงโฟล์คซองเมื่อปี 2515
ต้นฉบับประพัน์เนื้อร้องโดย Johnny Mercer และประพันธ์ดนตรี ในจังหวะวอลทซ์โดย Henry Mancini, ได้รับความนิยมประมาณปี 1960 Johnny Mathis นำเพลงนี้ไปร้องในปี 1965 และยังนำไปรวมลงอัลบั้ม The Ultimate Hits Collection อีกครั้งในปี 1998 ในปี1966 แอนดี้ วิลเลี่ยมส์ หรือ Howard Andrew Williams นักร้องเพลงป้อป ชาวอเมริกัน เคยนำเพลงนี้ไปร้องและคว้ารางวัลจากเพลงนี้ด้วย








Sweetheart Tree - Natalie Wood




The Sweetheart Tree
From "The Great Race"
Music by Henry Mancini, Lyrics by Johnny Mercer

They say there's a tree in the forest,
A tree that will give you a sign;
Come along with me, to the Sweetheart Tree,
Come and carve your name next to mine.

They say if you kiss the right sweetheart,
The one you've been waiting for,
Big blossoms of white will burst into sight
And your love will be true evermore.







Sweetheart Tree - Bobby Darin




Sweetheart Tree - WeeGee


Sweetheart Tree Sweetheart Tree Sweetheart Tree

วันศุกร์ที่ 2 กันยายน พ.ศ. 2554

Bobby Goldsboro - With Pen In Hand

Bobby Goldsboro - With Pen In Hand

ในปี 1968 Bobby Goldsboro แต่งเพลง With Pen In Hand ด้วยความเศร้าสร้อย

จากประสพการณ์ชีวิตคู่ที่อัปปางของเขา......Vikki Carr บันทึกเสียงเพลงนี้ในปี 1969 และยังมีผู้นำไปร้องอีกหลายคน

ทั้งหญิงและชาย ส่วนเจ้าของเพลง Bobby บันทึกเสียงปี 1972....เป็นเพลงไพเราะที่คลอด้วยความหมองหม่นของการ

พลัดพราก ความล่มสลายแห่งชีวิตครอบครัว....นักวิจารณ์ยกย่องให้เป็น1ในเพลงที่เศร้าที่สุดในโลก....เนื้อเพลงนั้นดัด

แปลงไปเล็กน้อยตามแต่ว่าคนร้องจะเป็นชายหรือหญิง





Bobby Goldsboro - With Pen In Hand




Bobby Goldsboro - With Pen In Hand

With pen in hand you sign your name
Today at five, I'll be on that train
And you'll be free and I will be alone
So alone

If you think we can't find the love we once knew
If you think I can't make everything up to you
Then I'll be gone and you'll be on your own
You'll be on your own

Can you take good care of Johnny?
Can you take him to school every day?
Can you teach him how to catch a fish?
And keep all those bullies away?
Hear what I say?

Can you teach him how to a whistle a tune?
Can you tell him about the man in the moon?
If you can do these things, then maybe he won't miss me
Maybe he won't miss me

And tonight as you lay in that big, lonely bed
Can you look at the pillow where I laid my head?
With your heart on fire, will you have no desire to kiss me and to hold me?

And if you can forget the good times we had
If you think that the good times don't outweigh the bed
Then sign your name and I'll be on my way
I'll be on my way



ศัพท์และสำนวนที่ใช้้

Bully(n) เด็กเกเรที่ชอบรังแกเด็กที่อ่อนแอกว่า

whistle a tune ผิวปากเป็นเพลง

Man on the Moon มีตำนานเล่าขานแตกต่างกันไปในแต่ละชาติแต่ละศาสนาของชาวตะวันตก
เกี่ยวกับผู้ชายที่เห็นอยู่ในดวงจันทร์ บ้างก็กล่าวว่า ชายที่อยู่ในดวงจันทร์ เป็นชายแก่ที่แบกฟืนไว้บนหลัง บ้างก็ว่าเป็นชายแก่หลังโกงนั่งเหลาไม้ตกปลา อยู่ใต้ต้นกร่าง และบ้างก็ว่าเป็นเทพที่ดูแลรักษาวิญญานมนุษย์และสัตว์โลก


Bobby Goldsboro - With Pen In Hand Bobby Goldsboro - With Pen In Hand Bobby Goldsboro - With Pen In Hand

Today - Bobby Goldsboro

Today - Bobby Goldsboro



Today, while the blossoms still cling to the vine
I’ll taste your strawberries, I’ll drink your sweet wine
A million tomorrows shall all pass away
ere I forget all the joy that is mine, today
I’ll be a dandy, and I’ll be a rover
You’ll know who I am by the songs that I sing
I’ll feast at your table, I’ll sleep in your clover
Who cares what the morrow shall bring
Today, while the blossoms still cling to the vine
I’ll taste your strawberries, I’ll drink your sweet wine
A million tomorrows shall all pass away
ere I forget all the joy that is mine, today
I can’t be contented with yesterday’s glory
I can’t live on promises winter to spring
Today is my moment, now is my story
I’ll laugh and I’ll cry and I’ll sing
Today, while the blossoms still cling to the vine
I’ll taste your strawberries, I’ll drink your sweet wine
A million tomorrows shall all pass away
ere I forget all the joy that is mine, today
Today, while the blossoms still cling to the vine
I’ll taste your strawberries, I’ll drink your sweet wine
A million tomorrows shall all pass away
ere I forget all the joy that is mine, today






Today Today Today Today Today

The Wedding - Julie Rogers

The Wedding - Julie Rogers

ถ้าจะจัดลำดับนักร้องหญิงที่ได้รับความนิยมจากคนฟังแล้วชื่อของเธอต้องอยู่ในลำดับต้นๆ Julie Rogers เจ้าของเสียงเพลง The Wedding ที่เคยติดอันดับ 3 ชาร์ทเพลงของประเทศอังกฤษ เมื่อปี 1963

เธอฝึกหัดร้องเพลงตั้งแต่ยังเด็กๆ พร้อมทั้งปูพื้นฐานทางด้านดนตรี จากการเรียนเปียนโน ประกอบกับการที่เธอมี
พรสววรค์ทางด้านการร้องเพลง จึงทำให้อาชีพของเธอไปได้สวย เริ่มจาก การร้องกับวง TEDDY FOSTER ORCHESTRA

จนออกแผ่นเสียงแผ่นแรกของเธอคือ 'It's Magic' เพลงของเธอถูกนำไปเปิดทางสถานีวิทยุ และสถานีโทรทัศน์
ส่วนแผ่นที่ 2 ของเธอชื่อว่า, 'The Wedding', ดังกระหึ่มไปทั้งโลกขายดีเป็นอันดับ 1 โดยขายได้มากกว่า 15 ล้านก้อปปี้ส์ เพลงนี้ถูกนำมาใช้ในพิธีแต่งงานของคนทั่วโลกมากที่สุดจนปัจจุบัน เนื่องจากมีเนื้อร้องที่สื่อถึงความเป็นเจ้าสาวได้อย่างตรงไปตรงมา






The Wedding - Julie Rogers



You by my side, that's how I see us.
เธอเคียงข้างฉัน,นั่นคือลักษณะที่ฉันเห็นเราทั้งสอง
I close my eyes, and I can see us.
ฉันก็หลับตาลง,แล้วก็สามารถเห็นเราทั้งคู่
We're on our way to say, "I Do."
เราอยู่บนหนทางที่จะกล่าวคำว่า "ฉันเต็มใจ"
My secret dreams have all come true
ความฝันที่ซ่อนเร้นของฉันเป็นความจริงแล้ว

I see the church, I see the people,
ฉันมองเห็นโบสถ์,ฉันมองเห็นคน
Your folks and mine happy and smiling.
ญาติมิตรของคุณและัฉันต่างสุขใจและแย้มยิ้ม
And I can hear sweet voices singing,
และฉันสามารถได้ยินเสียงอันหวานซึ้งว่า
"Avé Maria."
ขออวยพรแด่พระนางมาเรีย

Oh, my love, my love,
โอ,ความรักของฉัน,ความรักของฉัน
This can really be that some day
นี่คงเป็นจริงได้สักวันหนึ่ง
you'll walk, down the aisle with me.
เธอจะเดิน,ไปบนทางเดินในโบสถ์กับฉัน
Let it be, make it be,
ขอให้มันเป็นไป จงทำให้เป็นไปว่า
That I'm the one for you.
ฉันคือผู้เดี่ยวผู้นั้นสำหรับเธฮ
I'd be yours, all yours,now and forever.
ฉันขอเป็นของเธอ,ของเธอตลอด,เดี๋ยวนี้และตลอดไป

I see us now, your hand in my hand.
ฉันเห็นเราทั้งสองขณะนี้,มือเธออยู่ในมือฉัน
This is the hour, this is the moment.
นี่แหละคือโอกาศ,นี่คือช่วงเวลาที่ต้องการ
And I can hear sweet voices singing,
และฉันสามารถได้ยินเสียงร้องอันหวานซึ้ง
"Avé Maria, avé Maria, avé Maria."
ขออวยพรแด่พระแม่มาเรีย







Gloria Lasso - La Novia




The Wedding - Julie Rogers The Wedding - Julie Rogers The Wedding - Julie Rogers

Hey jude The Beatle

Hey jude The Beatles


The Beatles (ค.ศ.1962-1970)

เริ่มเมื่อปี ค.ศ. 1956 /15 มิถุนายน ........ John กับ Paul ได้รู้จักกัน และเริ่มแสดงดนตรีร่วมกัน ต่อมา
ค.ศ. 1958 /29 สิงหาคม ........ George Harrison ได้เข้ามาก้วนอีกหนึ่งนาย
ซึ่งในขณะนั้นมีมือกลองชื่อ Pete Best และ....ใช้ชื่อวงว่า Johnny And The Moondogs
หลังจากนั้นไม่นาน ก็เปลี่ยนชื่อวงเป็น The Silver Beatles
21 มีนาคม (ค.ศ.ไม่แน่ชัดเดี๋ยวไปเปิดตำราดูอีกที)
พวกเขาได้ไปแสดงครั้งแรกที่ Carvern Club ใน Liverpool โดยใช้ชื่อวง The Beatles เป็นครั้งแรก

Brian Epstein เจ้าของร้านแผ่นเสียง NEMS สนใจและได้ไปดู The Beatles ที่ Carvern Club
หลังจากนั้น Brian Epstein ก็ได้ทำสัญญากับ The Beatles โดย Brian เป็นผู้จัดการวง และ ต่อมา
วันที่ 6 มิถุนายน ค.ศ. 1962 The Beatles ได้ไปทดสอบเสียงกับ George Martin โปรดิวเซอร์ของ EMI
1 สิงหาคม ค.ศ. 1962 .......... Ringo Starr ได้เข้ามาร่วมวง เป็นมือกลองแทน Pete Best
11 กันยายน ค.ศ. 1962 ......... George Martin ก็เข้ามาเป็น Producer ให้กับ The Beatles
โดยเริ่มทำ Single แผ่นแรกคือเพลง Love Me Do และ P.S. I Love You ออกมาชิมลางคนฟัง







Hey jude The Beatles




Hey Jude, don't make it bad.

เพื่อนเอ๋ยอย่ามัวเศร้าอยู่เลย

Take a sad song and make it better.

เก็บเพลงเศร้าไปซะแล้วจงทำให้มันดีขึ้น

Remember to let her into your heart,

จดจำไว้เพื่อเก็บเธอเอาไว้ในหัวใจ

Then you can start to make it better.

แล้วจงเริ่มต้นเพื่อให้มันดีกว่าเดิม



Hey Jude, don't be afraid.

เพื่อนเอ๋ยอย่ากลัวไปเลย

You were made to go out and get her.

จงออกไปแล้วรับเธอกลับมาเสีย

The minute you let her under your skin,

นาทีที่ได้กอดเธอเอาไว้แนบชิด

Then you begin to make it better.

นั่นถึงจะเริ่มทำให้มันดีกว่าเดิม



And anytime you feel the pain, hey Jude, refrain,

และเวลาใดที่รู้สึกเจ็บปวด เพื่อนเอ๋ย เก็บมันเอาไว้

Don't carry the world upon your shoulders.

อย่าแบกโลกทั้งใบไว้ที่บ่าเลย

For well you know that it's a fool who plays it cool

เพราะนายเองก็รู้ดีว่านั่นมันคนโง่ที่อวดฉลาด

By making his world a little colder.

ทำเหมือนโลกเขาเองไม่หนาวยังงั้นแหละ



Hey Jude, don't let me down.

เพื่อนเอ๋ย อย่าทิ้งฉันเลย

You have found her, now go and get her.

เมื่อได้พบเธอ จงไปและรับเธอมา

Remember to let her into your heart,

จดจำไว้เพื่อเก็บเธอไว้ในใจ

Then you can start to make it better.

จากนั้นจึงเริ่มเพื่อให้มันดีกว่าเดิม



So let it out and let it in, hey Jude, begin,

ให้มันออกมาและกลับเข้าไป เพื่อนเอ๋ย จงเริ่ม

You're waiting for someone to perform with.

นายรอคอยใครสักคนมาเดินเคียงคู่

And don't you know that it's just you, hey Jude, you'll do,

แต่รู้หรือไม่ว่านั่นก็คือนายเอง เพื่อนเอ๋ย นายต้องทำได้

The movement you need is on your shoulder.

ที่นายต้องการอยู่กับนายแล้ว



Hey Jude, don't make it bad.

เพื่อนเอ๋ยอย่าทำให้มันแย่เลย

Take a sad song and make it better.

เก็บเพลงเศร้าไปเสียแล้วทำให้มันดีขึ้น

Remember to let her under your skin,

จดจำไว้เพื่อกอดเธอไว้ข้างกาย

Then you'll begin to make it

แล้วจึงเริ่มทำให้มัน...

Better better better better better better, oh.

ดีขึ้น ดีขึ้น ดีขึ้น....



Na na na, na na na na, na na na, hey Jude...

นา นา นา นา นา นา นา เพื่อนเอ๋ย....



Hey jude The Beatles Hey jude The Beatles Hey jude The Beatles

วันจันทร์ที่ 29 สิงหาคม พ.ศ. 2554