Bangkok, Thailand

วันอาทิตย์ที่ 2 ตุลาคม พ.ศ. 2554

Teresa Teng

Teresa Teng

เติ้ง ลี่จวิน หรือ เทเรซา เติ้ง (29 มกราคม พ.ศ. 2496 – 8 พฤษภาคม พ.ศ. 2538) เป็นนักร้องเพลงจีนสากลชาวไต้หวันชื่อดังและมีอิทธิพลอย่างสูง เธอเกิดที่ เมืองเป่าจง มณฑลหยุนหลิน สาธารณรัฐจีน โดยบรรพบุรุษของเธอมาจากมณฑลเหอเป่ย์ สาธารณรัฐประชาชนจีน เสียงและเพลงของเธอเป็นที่จดจำทั่วทั้งเอเชียตะวันออกและในหมู่ชาวจีนทั้งในประเทศจีน ไต้หวัน และชาวจีนโพ้นทะเลทั่วโลก จนมีคำกล่าวว่า "มีชาวจีนอยู่ที่ไหน ก็จะได้ยินเพลงของเติ้ง ลี่จวินที่นั่น" นอกจากนี้ เพลงของเธอยังเป็นที่รู้จักในหมู่ชาวญี่ปุ่น ชาวเกาหลี ชาวไทย ชาวเวียดนาม ชาวมาเลเซีย และชาวอินโดนีเซียจำนวนมากเช่นกัน
เติ้ง ลี่จวิน มีชื่อเสียงจากบทเพลงรัก และเพลงพื้นเมืองภาษาหมิ่นหนาน (ภาษาฮกเกี้ยน) เพลงที่โด่งดังจนรู้จักกันทั่วไปทั่วเอเชีย ได้แก่เพลง เถียนมี่มี่ (Tiánmìmì แปลว่า หวานปานน้ำผึ้ง) และเพลง เยว่เหลียงไต้เปี่ยวหวอเตอซิน (yuè liang dài biăo wŏ de xīn แปลว่า พระจันทร์แทนใจฉัน) ไม่เพียงเพลงภาษาจีนกลางเท่านั้น เธอยังเคยมีผลงานเพลงภาษาไต้หวัน ภาษากวางตุ้ง ภาษาญี่ปุ่น ภาษาเวียดนาม ภาษาอินโดนีเซีย และภาษาอังกฤษด้วย เติ้ง ลี่จวิน เสียชีวิตอย่างกะทันหันเนื่องจากโรคหอบหืด ขณะเดินทางมาพักผ่อนที่จังหวัดเชียงใหม่ เมื่อวันที่ 8 พฤษภาคม พ.ศ. 2538 ขณะอายุได้เพียง 42 ปี

เธอเป็นบุตรสาวคนเดียว และเป็นลูกคนที่สี่ของคุณพ่อเติ้งเฉี่วน ผู้ซึ่งเกิดในมลฑลเหอเป่ย และเป็นทหารฝ่ายกั๊วหมิงต่าง(ก๊กมิ่งตั๋ง)ของเจียงไคเชค เมื่อฝ่ายกั๋วหมิงต่างพ่าย แพ้แก่ฝ่ายคอมมิวนิสต์ คุณพ่อเติ้งก็อพยพพร้อม กับพลพรรคของเจียงไคเชคไปเกาะไต้หวัน และหนูน้อยเติ้งลี่จวินถือกำหนดที่ไต้หวัน เมื่อ วันที่ 29 เดือนมกราคม 1953

เนื่องจากคุณพ่อเติ้งเป็นทหาร จึงต้องย้ายราชการไปตามที่ต่าง ๆ ตามแต่จะได้รับมอบหมายและชีวิตในวัยเด็กของหนูเติ้งก็ไม่ได้สุขสบายเนื่องจากฐานะทางครอบครัวจัดว่าค่อนข้างยากจน เศรษฐกิจไต้หวันในสมัยนั้นยังไม่มั่งคั่งดังปัจจุบัน การกินอยู่จึง ต้องเพิ่งพาองค์กรกุศลบางส่วน ทางครอบครัวเติ้งเองก็เช่นกัน การนับถือศาสนาคริสต์ก็เป็นหนทางหนึ่งที่จะได้รับความช่วยเหลือจากหน่วยงานของคริสต์ศาสนาซึ่งกำลังต้องการเผยแพร่ในไต้หวัน แต่หลังจากที่เติ้งลี่จวินเป็นนักร้องสุดฮ็อตและใช้ชีวิตในต่างประเทศ เธอถึงเปลี่ยนมานับถือศาสนาพุทธตามความเชื่อดั้งเดิม แทนชื่อจริงของเติ้งลี่จวินคือ เติ้งลี่หยุน หรือ ไผ่งาม แต่เนื่องจากเพิ่อน ๆ ชอบเรียกลี่จวินมากกว่า ลี่หยุน เมื่อเข้าสู่วงการแล้วเลยตัดสินใจใช้ชื่อว่า ลี่จวินซึ่งแปลว่าคนสวย หรือสาวสวย ซึงก็คงเหมาะกับความเป็นผู้หญิงของเธอมากกว่า หนูเติ้งฉายแววความสามารถด้านการร้องเพลง และแสดง ตั้งแต่เด็ก ๆ แล้ว ในยุค
หวางเหมยเดี้ยว กำลังฮ๊อตฮิตอันเนื่องจากภาพยนตร์เรื่องเหลียงซานป๋อหยวี่จู้ยิงถาย (The ButterflyLovers) ของผู้กำกับฮ่องกงหลี่ฮั่นเสียง ทำให้ชาวไต้หวันคลั่งไคล้กันทั้งเกาะ และมีการจัดประกวดการร้องหวางเหมยเดี้ยวโดยสถานีโทรทัศน์จงหัว หนูเติ้งได้รับชนะเลิศจากการประกวด

หลังจากนั้นมีการประกวดและชนะเลิศในรายการต่าง ๆ และที่สำคัญคือ ในปี 1966 หรืออายุ 13 ขวบ ได้รับชนะเลิศม้าทองคำจากการประกวดร้องเพลงในเพลงไฉ่หงหลิง ในปีถัดมาก็ได้ออกแผ่นเสียงแผ่นแรกในชีวิต และเป็นการก้าวเข้าสู่อาชีพนักร้องอย่างเต็มตัว การก้าวเข้าสู่นักร้องอาชีพของเติ้งลี่จวินนั้น เธอมีแฟนเพลงกระจายอยู่ทั่วโลกที่มีคนจีนอาศัยอยู่ไม่เว้นแม้กระทั่งญี่ปุ่นสำหรับการไปสร้างชื่อเสียงในประเทศญี่ปุ่นนั้นคงต้องเข้าใจพื้นฐานของชาวไต้หวันอย่างหนึ่ง เนื่องจากเกาะไต้หวันเคยถูกยึดครองโดยญี่ปุ่นสมัยสงครามโลก ชาวไต้หวันจึงมีวิถีชีวิตหลาย ๆอย่างกระเดียดไปทางญี่ปุ่น อย่างวัฒนธรรมการดื่มชาเขียวก็มาจากญี่ปุ่นและได้นำเข้าบ้านเราโดยบริษัทไต้หวันหลายปีก่อน ๆ ที่เจ้าตลาดอย่างโออิชิจะเกิดเสียอีก แต่ไม่ประสบความสำเร็จเนื่องจากรสชาดไม่ถูกปากคนไทย ชาวไต้หวันจำนวนไม่น้อย เมื่อจะโกอินเตอร์จะมองไปทางตะวันออก(ญี่ปุ่น)ก่อน ซึ่งตรงข้ามกับคนไทยจะมองไปตะวันตก (ฝรั่ง)เสียมากกว่า ปี 1973 ได้เซ็นสัญญากับโพลิดอร์ ประเทศญี่ปุ่นแต่ยังไม่ได้ขึ้นถึงจุดสูงสุด
ในญี่ปุ่น แต่กลับมาถึงจุดสูงสุดเมื่อหลังจากที่ได้ไปตระเวนแสดงในอเมริกาและแคนนาดาในปี 1984 โดยยอดขายแผ่นเสียงของเติ้งลี่จวิน สามารถทำลายสติถิยอดขายสูงสุดของญี่ปุ่น และได้รับรางวัลสารพัดยอดเยี่ยมทั้งแผ่นเสียงยอดขายยอดเยี่ยม เพลงยอดนิยมสูงสุด นักร้องยอดเยี่ยมเป็นต้น ในปี 1985 เพลง ”อ้ายหริน” หรือ “ที่รัก-Lover” ได้รับความนิยมสูงสุด 14 สัปดาห์ติดต่อกัน
ในครั้งนี้ซึ่งขณะนั้นมีอายุเพียง 10 ขวบ

สำหรับประเทศในแถมเอเชียตะวันออกเฉียงใต้นั้น เติ้งลี่ี่จวินก็ตระเวนแสดงตามประเทศต่าง ๆทั้งงานกุศลและร้องตามไนต์คลับภัตตาคารต่าง ๆ อย่างในเมืองไทยก็เคยร้อง ประจำที่ภัตตาคารกิเลน นอกนั้นก็เคยแสดงในประเทศอย่างเวียตนาม มาเลเซีย สิงคโปร์ ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย เป็นต้น ที่น่าสนใจคือ การไปตามคำเชิญของมาดามลีกวนยิวในปี 1969 เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันเกิดของภรรยาลีกวนยิว อดีตสตรีหมายเลขหนึ่งของสิงคโปร์เพื่อไปแสดงร้องเพลงเพื่อการกุศลถือว่าเป็นการออกสู่นอกประเทศ ครั้งแรกในขณะที่อายุได้เพียง 14 ขวบ หลังจากนั้นเมื่อเป็นนักร้องยอดนิยมแล้ว ก็ไป ๆ มาอยู่ในกลุ่มประเทศเอเชียอาคเนย์ทั้งหลายจนแฟนเพลงติดชนิดที่ไปไหนมาไหนของเติ้งลี่จวินถูกห้อมล้อมด้วยแฟนเพลง จนไม่เหลือความเป็นส่วนตัว ถึงขนาดต้องแต่งตัวอำพรางตัวเอง เมื่อต้องการออกเที่ยวเป็นการส่วนตัวในระหว่างที่วนเวียนอยู่ในกลุ่มประเทศเอเชียอาคเนย์นั้น

เติ้งลี่จวินเกือบจะลงหลักปักฐานกับหนุ่มสิงคโปร์นามฮ๋วงเหลียนเจิ้น เจ้าของลี่ฟงเรคคอร์ท ผู้ที่ถึงกับลงทุนซื้อโรงแรมเมย์ฟลาเวอร์ ในกัวลาลัมเปอร์ ให้เป็นที่ร้องเพลงประจำของเติ้งลี่จวิน ซี่งเติ้งลี่จวินจะร้องที่นี่ทุกคืนตอน 4 ทุ่ม และจะร้องเพลงหลัก ๆ อยู่สี่เพลง คือ “อ้ายหนี่อีว่านเหนียน” (รักเธอหนึ่งหมื่นปี) “ฉีงหรินจ้ายเจี้ยน”(ลาก่อนที่รัก) “จี่สือจ้ายหุยเถา”(เมื่อไหร่กลับมาอีก) และเพลงภาษาอังกฤษ “Love Story”

ถึงแม้เติ้งลี่จวินจะสามารถตรึงใจ แฟนเพลงชาวจีน และ ญี่ปุ่นทั่วทั้งเอเชีย แต่มีอีกประเทศซึ่งเป็นประเทศบ้านเกิดของคุณพ่อเติ้ง แต่เติ้งลี่จวินกลับไม่เคยแม้แต่จะเหยียบจีนแผ่นดินใหญ่เลย ถึงแม้จะมีบ้านหลังที่สองอยู่ในฮ่องกงก็ตามไม่ใช่ว่าชาวจีนแผ่นดินใหญ่จะไม่ชอบฟังเพลงของเติ้งลี่จวิน ตรงกันข้ามกลับเป็นประเทศที่มีแฟนเพลงมากที่สุดและคลั่งไคล้มากที่สุด แต่เหตุที่เติ้งลี่จวินไม่ไปเยี่ยมแฟนเพลงที่จีนแผ่นดินใหญ่ มาจากเหตุผลทางการเมืองล้วน ๆ เนื่องจากคุณพ่อเป็นทหารระดับนายพันของเจียงไคเชคแห่งกั๊วหมิงด่าง ผู้ที่เคยสู้รบกับพรรคคอมมิวนิสต์ร้อยทั้งร้อยจะไม่ยอมเผาผีกับจีนแผ่นดินใหญ่ และมักจะบอกต่อไปยังลูกหลานไม่ให้คบค้าด้วย แฟนเพลงชาวจีนทุกคนอยากให้เติ้งลี่จวินไปหา ในยุคนั้นเป็นยุคของเติ้งเสี่ยวผิง ชาวจีนถึงกับพูดล้อกันว่า
กลางวันฟังนโยบายของหล่าวเติ้ง (เติ้งใหญ่หรือเติ้งเสี่ยวผิง) แต่กลางคืนฟังเพลงของเสี่ยวเติ้ง (เติ้งน้อยหรือเติ้งลี่จวิน) ในแต่ละปี บรรดาแฟนนานุแฟนจะมีการจัดประกวดร้องเพลงเลียนแบบเติ้งลี่จวิน และก็เป็นเวทีที่กำเนิดนักร้องเสียงเติ้งลี่จวินมากมาย กิจกรรมนี้ยังจัดกันอย่างต่อเนื่องจนทุกวันนี้ หลังจากที่เติ้งลี่จวินเสียชีวิตไปแล้วแฟนเพลงชาวจีนได้สร้างรูปปั้นของเติ้งลี่จวินไว้ในสวนชิงผู่ฟุเซ่าในเมืองซ่างห่างหรือเซี่ยงไฮ้เสมือนเป็นอนุสาวรีย์ลำลึกถึงนักร้องผู้ยิ่งใหญ่ ในขณะที่แฟนเพลงจีนแผ่นดินใหญ่คลั่งไคล้เติ้งลี่จวินนั้น ใช่ว่าทางการรัฐบาลพรรคคอมมิวนิสต์จีนจะไม่คิดอะไร บางครั้งก็ออกมาโจมตีว่า เป็นนักร้องที่ทำลายฒนธรรมจีน ส่งเสริมให้เพ้อฝันแต่เรื่องรัก ๆ ใคร่ ๆ เป็นต้น หรือ หนัก ๆ เข้า ถึงขั้นกล่าวหาว่าเป็นนักร้องสปายของกั๊วหมิงด่าง

ในช่วงปลายชีวิตของเติ้งลี่จวิน เนื่องจากเจ็บป่วยในระบบทางเดินหายใจ จึงใช้ชีวิตช่วงสุดท้ายที่จังหวัดเชียงใหม่ โดยพักอยู่กับสหายร่วมรบของคุณพ่อในกองพล 93 เนื่องจากการพักอยู่บนดอยอากาศเย็นสบายซึ่งเหมาะกับการพักรักษาระบบทางเดินหายใจ และก็จบชีวิตเป็นข่าวร้ายที่ช็อคแฟนเพลงทั่วโลกเมื่อวันที่ 8 พฤษภาคม 1995 เวลา 17.30 น. รวมอายุที่สร้างความสุขให้กับแฟนเพลงแค่ 42 ปีเท่านั้น

ถึงแม้ตัวของเติ้งลี่จวินจะจากไปร่วม 10 ปีแล้ว แต่ผลงานของเธอยังตราตรึงอยู่ในหัวใจของแฟนเพลงทุกคนอย่างไม่เสื่อมคลาย และคงจะไม่มีวันที่จะถูกลืมเลือน ตราบเท่าที่ทุกวันนี้ยังมีเติ้งลี่จวินรายใหม่ๆ เกิดขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง ในสมัยสงครามเย็น ฝ่ายปฏิวัติกล่าวถึงการถูกเข่นฆ่าของฝ่ายตนโดยทางการว่า “ตายหนึ่งเกิดแสน”สำหรับในวงการเพลงการตายหนึ่งเกิดแสน เป็นเรื่องที่กล่าวได้ว่าไม่เกินจริงนัก สำหรับในโลกตะวันตกการจากไปของราชาเพลงร็อคแอนด์โรล์ นามเอลวิส เพรสลีย์ ทำให้เกิดเอลวิส
มากมายทั่วโลกไม่ว่าจะเป็นเอลวิสูตร เอลวิส รามาซิงค์ เอลวิส เฉิน หรือ เอลวิส โมฮาหมัด เป็นต้น สำหรับในโลกตะวันออก การจากไปของเติ้งลี่จวิน ถึงจะไม่มีนักร้องนามเติ้งลี่หนึ่ง เติ้งลี่สองก็ตาม แต่ก็ก่อเกิดนักร้องเสียงเหมือนเติ้งลี่จวินจำนวนนับไม่ถ้วน และก็เกิดขึ้นทุกวันไม่ขาดสายจนทุกวันนี้ เนื่องจากในจีนแผ่นดินใหญ่จะมีการจัดประกวดร้องเพลงเติ้งลี่จวินทุกปีเนื่องในโอกาสรำลึกการจากไปของเติ้งลี่จวิน






Goodbye my love - Teresa Teng

" ลาก่อนที่รัก ลาก่อนที่รักของฉัน
ลาก่อนที่รัก วันใดจะได้พบกันอีกมิอาจรู้
ฉันให้เธอหมดแล้วทุกสิ่งทุกอย่าง
หวังว่าเธอจะทะนุถนอมมันอย่างดี อย่าทำลายความรักของฉัน

ลาก่อนที่รัก ลาก่อนที่รักของฉัน
ลาก่อนที่รัก จากนี้ต่อไปต้องแยกจากเธอไป
ฉันจะรักเธอตลอดไปในส่วนลึกของใจฉัน
หวังว่าเธอคงจะไม่ลืมฉัน
ฉันจะระลึกถึงอ้อมกอดแห่งรักที่นุ่มนวลของเธอตลอดไป

ระลึกถึงดวงใจที่อบอุ่นของเธอ
ระลึกถึงรสจูบที่แสนหวานของเธอ
ระลึกถึงเสียงเพลงที่แสนเคลิบเคลิ้มของเธอ
จะลืมช่วงเวลานี้ลงได้อย่างไร ลาก่อนที่รัก

ไม่รู้ว่าวันไหนจะได้เจอกันอีก
ลาก่อนที่รักของฉัน ฉันจะไม่มีวันลืมเธอ
แล้วก็หวังว่าเธอก็จะไม่ลืมฉัน
บางทีเราอาจจะมีวันที่ได้กลับมาพบกันอีก ไม่ใช่เหรอ
ที่รักฉันเชื่อว่าต้องมีวันที่เราได้กลับมาเจอกันอีกสักวันหนึ่ง "




The Moon Represents My Heart - Teresa Teng

" เธอถามฉันว่า ฉันรักเธอมากเท่าไร
ฉันรักเธอมากแค่ไหน
ความรู้สึกของฉันจริงแท้
ความรักของฉันแน่นอน
ดวงจันทร์แทนใจของฉัน

เธอถามฉันว่า ฉันรักเธอมากเท่าไร
ฉันรักเธอมากแค่ไหน
ความรู้สึกในใจไม่เคยแปรผัน
ความรักของฉันไม่เคยแปรเปลี่ยน
ดวงจันทร์แทนใจของฉัน

จูบเบาๆเพียงครั้งเดียว
ก็ทำให้ใจฉันหวั่นไหว
ความรักที่ลึกซึ้งเพียงช่วงหนึ่ง
ยังตราตรึงในใจจนวันนี้

เธอถามฉันว่า ฉันรักเธอมากเท่าไร
ฉันรักเธอมากแค่ไหน
เธอลองคิดดู
เธอลองตรองดู
ดวงจันทร์แทนใจของฉัน "



What Do You Have To Say ? - Teresa Teng

" ฉันไม่ลืมเธอที่เธอลืมฉัน

แม้แต่ชื่อเธอยังเรียกไม่ถูก

เธอพิสูจน์ให้เห็นทั้งหมดคือการหลอกลวงฉัน

ดูวันนี้คุณจะพูดยังไง

เธอพูดสองวันเมื่อผ่านว่าจะมาหาฉัน

รอแล้วรอเล่าจนหนึ่งปีผ่านไป

สามร้อยหกสิห้าวันผ่านไปอย่างสุดแสนขมขื่น

ส่วนลึกในใจเธอไม่เคยมีฉันเลย

เอารักของฉันคืนมา "



Who Will Love Me - Teresa Teng



Sweet Honey Honey - Teresa Teng

" รอยยิ้มเธอช่างหวานประดุจหนึ่งปานน้ำผึ้ง

สวยประดุจดังดอกไม้บานยามฤดูใบไม้ผลิ

อยู่ที่ไหนๆมีแต่เธอเสมอ(เหมือนพานพบ) รอยยิ้มของเธอช่างคุ้นเคยอย่างนี้

ฉันเฝ้ารำพึงนึกถึงเธอเสมอมิเสื่อมคลาย ในความฝัน

ในฝันเหมือนพานพบแต่เธอ ยิ้มหวานปานน้ำผึ้ง

ปรารถนาฝันเห็นแต่เธอเพียงคนเดียว

อยู่ที่ไหนๆมีแต่เธอเสมอ(เหมือนพานพบ), รอยยิ้มของเธอช่างคุ้นเคยอย่างนี้
ฉันเฝ้ารำพึงนึกถึงเธอเสมอมิเสื่อมคลาย ในความฝัน "




Mei Hua - Teresa Teng

" ดอกเหมย ดอกเหมย เต็มใต้ท้องนภา

ยิ่งหนาวเย็นระรื่นดอกเหมยยิ่งออกดอก

ดอกเหมยสัญลักษณ์ความอดทนแข็งแกร่งของพวกเราชาวจีนอย่างโดดเด่น

มองดอกเหมยออกดอกเต็มเกลื่อนกลาดอย่างสุดลูกหูลูกตา

มีพื้นดินจะต้องมีดอกเหมย

น้ำแข็งหิมะลมฝน(สภาพอากาศ)ก็ไม่หวั่นดอกเหมยคือดอกไม้ประจำชาติของเรา "



I only care about you - Teresa Teng

" หากไม่ได้พบเธอ ฉันจะอยู่ที่ไหน

วันเวลาจะผ่านไปเช่นไร ชีวิตต้องทะนุถนอมไหม

อาจจะรู้จักคนคนหนึ่ง ผ่านชีวิตที่ธรรมดา

ไม่รู้ว่าจะได้ มีความรักที่หวานดั่งน้ำผึ้งหรือไม่

ทุกเวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว ฉันแคร์เธอคนเดียว

เต็มใจ , เชื่อมต่อลมหายใจของเธอ

ชีวิตเมื่อไรถึงจะได้เจอคนรู้ใจ

สูญเสียพลังชีวิตก็ไม่เสียดาย

ฉะนั้นฉันขอร้องเธอ อย่าให้ฉันไปจากเธอ

นอกจากเธอแล้วฉันไม่รู้สึกถึง ความรักและความห่วงใยแม้แต่น้อย

หากมีวันนั้น เธอบอกว่าจะจากไป

ตัวฉันคงหลงทาง เดินเข้าไปในทะเลมนุษย์ที่ไร้ขอบเขต

ไม่ต้องมีคำสัญญาใดใด ขอแค่อยู่ด้วยกันทุกวัน

ฉันไม่อาจดำเนินชีวิตโดยอาศัยแค่ฉากของความทรงจำ "




When will you Return - Teresa Teng

" ดอกไม้งามไม่อาจผลิบานตลอดกาล ช่วงเวลามีค่าย่อมไม่ยืนยาว

(เรา) แสร้งทำเป็นไม่มีอะไรเกิดขึ้น แต่น้ำตา (ของเรา) เปียกเป็นทางยาว

หลังพรากจากกันคืนนี้แล้ว เมื่อไรเธอจะหวนคืนมา?

หลังจากดื่มถ้วยนี้หมดแล้ว โปรดกลับมาและสั่งสุราดื่มอีก

ชีวิตคนเราแสนสั้นจนต้องดื่มให้เมามาย (เรามา) สนุกกับปัจจุบันกันเถอะ

มาซิ มาเถอะ มาคุยกันโขมงโฉงเฉงหลังจากดื่มถ้วยนี้

หลังพรากจากกันคืนนี้แล้ว เมื่อไรเธอจะหวนคืนมา?

ถึงเวลาดนตรีเลิกบรรเลงแล้ว เติมถ้วยหยกขาวใบนี้ให้เต็ม

(ฉัน) จำนนต่อคำหวาน ซบแนบอกในอ้อมกอดของเธอ

หลังพรากจากกันคืนนี้แล้ว เมื่อไรเธอจะหวนคืนมา?

หลังจากดื่มถ้วยนี้หมดแล้ว เมื่อไรเธอจะหวนคืนมา?

ชีวิตคนเราแสนสั้นจนต้องดื่มให้เมามาย (เรามา) สนุกกับปัจจุบันกันเถอะ

อา… รินอีกถ้วย ดื่มให้เกลี้ยงจนหยดสุดท้าย!

หลังพรากจากกันคืนนี้แล้ว เมื่อไรเธอจะหวนคืนมา? "




Tsai Chin - Teresa Teng




A Small Town Story - Teresa Teng




Teresa Teng Teresa Teng Teresa Teng

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น