Bangkok, Thailand

วันพฤหัสบดีที่ 29 กันยายน พ.ศ. 2554

Lullaby - Dan Seals

Lullaby - Dan Seals


Dan Seals หรือ England Dan เป็นชื่อที่หลายคนอาจจะไม่คุ้นหูนัก แต่ถ้าเอ่ยถึงเพลง Lullaby ขึ้นมาแล้วผู้ที่ชื่นชอบเพลงในยุคปี 1980 คงจะรู้จักกันเป็นอย่างดี เพราะภูสมิงเคยนำมาบันทึกขับร้องในแนวที่ใกล้เคียงกับต้นตำรับเดิม

Dan Seals เกิดที่ Macamey มลรัฐ Texas ประเทศ America เมื่อ ปี ค.ศ.1948
เขาเริ่มเล่นกีตาร์เบสกับวงในครอบครัวของเขาตั้งแต่อายุเพียง 4 ขวบในชื่อวง “The seals family band” หลังจากที่พ่อและแม่หย่าร้างกัน Dan ก็ติดตามแม่ของเขาไปอยู่ที่เมือง Dallas ในปี 1958 และยังคงเล่น Guitar กับวง The garage band ออกตระเวนเล่นดนตรีตามที่ต่างๆจนกระทั่งได้มาเล่นอยู่กับ“The Shimmerers จึงได้พบกับJohn Ford Coley และได้ทำ Demo ร่วมกันเป็นครั้งแรกกับวงนี้ในปี 1965

ปี 1967 Dan และ John ก็ประสบความสำเร็จเป็นอย่างมากกับ Single แรกของพวกเขา
ที่มีชื่อว่า“The smell of incense”แต่ในปี 1969 Dan และJohn ก็แยกทางกันไป
และกลับมาร่วมงานกันอีกครั้งในปี 1970 และประสบความสำเร็จอย่างยิ่งใหญ่อีกครั้งโดยได้รับรางวัลแผ่นเสียงทองคำ Single ยอดเยี่ยม จากเพลง “I’d really love to see you
tonight” และ “Nights are forever without you” ในช่วงปลายปี 1970
นอกจากนั้นแล้วพี่ชายของ Dan คือ Jim Seals ก็ประสบความสำเร็จในชีวิตด้านดนตรี
เช่นกันโดยออกAlbum กับเพื่อนของเขาคนหนึ่งใช้ชื่อวงว่า Seals มีเพลงที่คุ้นหูในบ้านเรา คือเพลง“Summer Breeze” ที่โด่งดังสุดๆ

หลังจากที่ประสบความสำเร็จ และเป็นที่นิยมโดยการร้องร่วมกันระหว่าง Dan Seals กับ John Ford Coley แล้ว Dan ก็ผันตัวเองไปเป็นนักร้องเดี่ยวในแนว Country folk
ที่เขารักในปี 1980 และเซ็นสัญญากับบริษัท “Atlantic” โดยใช้ชื่อว่า “England Dan
จากนั้นก็เป็นศิลปินเดี่ยวออกอัลบั้มแรกในชีวิตชื่อ “Stones”

ในปี 1981"และประสบปัญหาอีกครั้งเนื่องจากวิกฤตการณ์ทางด้านเศรษฐกิจ ทำให้เขาต้องควักกระเป๋าจ่ายค่าใช้จ่ายเองทั้งหมดแต่เขาก็ยังคงผลิตอัลบั้มใหม่อีก 2 ชุดคือ Harbinger” และ “Stiffed” และเป็นเพราะเสียงร้องอันนุ่มลึกในแนว Country ของเขาผู้ฟังจึงขนานนามเขาว่า “The signature of soft sound”

จากนั้น ก็เปลี่ยนไปเซ็นสัญญากับบริษัทใหม่ และประสบความสำเร็จขึ้นถึง Top ten on country chart ในปี 1984 หลาย single ในปี 1985

ต่อมา Dan ได้มีโอกาสร่วมงาน Duet กับ“Marie Osmond” ในเพลง Meet me in Montana และประสบความสำเร็จสูงสุดในชีวิตนักร้องในช่วงปี 1986-1990 จากเพลง “Everything that glitters (Is not gold)”และ Lullaby และได้มีโอกาสมาแสดง
ในเมืองไทยที่หอประชุมจุฬา เมื่อปี 1995

สำหรับเพลงในแนว Lullaby ที่มักใช้ในการกล่อมนอนของเด็กๆนั้น ถ้าเป็นของคนไทยสมัยโบราณจะนิยมการไกวเปลและคนไกวก็จะร้องเพลงกล่อมนอนไปด้วย โดยมีเนื้อหาเกี่ยวกับนกกาเป็นส่วนใหญ่ บทเพลงกล่อมเด็กของไทยจึงมักเป็นบทเพลงที่แสดงอารมณ์ห่วงหา อาทร ผูกพัน และกล่าวถึงความรักที่แม่มีต่อลูกอย่างซาบซึ้ง ตัวอย่างเช่น กาเหว่าเอย ไข่ให้แม่กาฟัก แม่กาหลงรัก คิดว่าลูกในอุทร. คาบข้าวมาเผื่อ คาบเหยื่อมาป้อน ปีกหางเจ้ายังอ่อน สอนร่อนสอนบิน........

แต่ในเพลงนี้ก็ซาบซึ้งไม่แพ้กัน ซึ่งเป็นการกล่อมนอนของคู่รักที่ออดอ้อนขอคำสัญญาว่าเมื่อตื่นขึ้นมาแล้วจะต้องเห็นเธออยู่เคียงข้าง Please, promise me,That when I wake up from my dreams, you’ll be there by my side.
แม้ในประโยคสุดท้ายของเพลงก็ยังขอดื้อไว้ก่อนว่า ยังไม่อยากนอนจนกว่าจะรู้ว่าเธอจะต้องอยู่ที่เคียงข้างฉันในรุ่งเช้า I won’t rest until,I know that you will be here, in the morning,by my side.



Lullaby - Dan Seals




Sleep, lay me down,
Hold me closely in your arms and I will close my eyes.
Please, promise me,
That when I wake up from my dreams, you’ll be there by my side.

Love, if you say you won’t slip away,
Then I can go dreaming of forever more,
But I won’t rest until,
I know that you will be here, in the morning, by my side.

Instrumental break.

Here in my reach,
I can see the one that I have waited for so long.
And deep in my heart,
I hope the arms that hold me now will hold me from now on.

Love, if you say you won’t slip away,
Then I can go dreaming of forever more,
But I won’t rest until,
I know that you will be here, in the morning, by my side.
In the morning, by my side.




Lullaby - Dan Seals Lullaby - Dan Seals Lullaby - Dan Seals

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น